January 06
ศุภมัสดุ พระบรมมหาพระพุทธศาสนากาลเป็นอดีตภาคล่วง ๒๕๕๑ พรรษา เหมันตฤดู ชวดสัมฤทธิศก ปัจจุบันสมัยจันทรคตินิยมมุสิกสมพัตสร มฤคศิรมาส กาฬปักษ์ เตรสีดิถี สุริยคติกาล มกราคมมาส ฉัฎฐสุรทิน อาทิตยวาร โดยกาลบริเฉท
ศรีสวัสดิเดชะ ประนบท่านปกาศิต ผู้สถิตกลางใจชน ยลทั่วทั้งทศทิศ พิศชายใดบ่มิเหมือน สะเทือนทั่วทั้งปฐพี เทพสดุดีทั่วชั้นฟ้า หล้าลือเลื่องชัยเชวง เกรงเกียรติยศระย่อ ฝ่อใจห้าวบมิหาญ ก้มกราบกรานกันถ้วนหน้า บารมีฟุ้งเกริกไกร ไปทั่วทั้งจักรวาล สำราญรื่นในดวงจิต บัดนี้ชีวิตมาถึงตอน โคจรรอบดวงสุริยา เป็นพรรษาที่ยี่สิบเอ็ด ถ้าเจตจำนรรจา สมปรารถนาอย่างที่คิด ขอพิพิธโภคสมบัติ เพิ่มพิพัฒน์โภคสมบูรณ์ จงพูนพิภพดับเข็ญ ให้เย็นพิภพดับทุกข์ ที่ซึ่งลุกดั่งเปลวเพลิง เถลิงยศเกียรติฟุ้งฟ้า ลือตรลบแหล่งหล้า โลกล้วนสดุดี.
วันนี้ วันที่ 6 มกราคม ข้าพเจ้าขอประกาศ เถลิงถวัลย์ครบรอบ ๒๑ ปี ในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของชีวิตข้าพเจ้า นับเป็นเวลากว่า 7670 วันแล้วที่ ข้าพเจ้าถือกำเนิดเกิดขึ้นมา ไม่สิต้องใช้คำว่า จุติลงมา ถึงจะถูก ข้าพเจ้าคิดและเชื่อเสมอว่า ข้าพเจ้าคือ มหาเทพที่อวตารลงมา ปราบทุกข์เข็ญ ปลดเปลื้องความทุกข์ เช็ดคราบน้ำตา แก่อาณาประราราษฎร์ ทั้งหลายทั้งมวล ชีวิตของข้าพเจ้าที่ผ่านมาถึงปานฉะนี้ ย่อมต้องพบเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา หากได้ไปกระทำการล่วงเกินหรือทำให้ใครขุ่นข้องหมองใจ ก็ปล่อยไปเพราะเป็นเรื่องของมึง !!
คำนิยม ของ คนที่ข้าพเจ้าไปประสบในชีวิตของเขา
"ตั้งแต่ ผมดึงเด็กคนนี้ออกมาจากมดลูกของแม่เขา ผมก็รู้สึกได้ทันทีว่า เด็กคนนี้ มิใช่คนธรรมดา" - หมอผู้ทำคลอด
"ชั้นไม่เคยเสียใจที่ได้เคยรักเขา ถึงแม้ตอนนี้เราจะเลิกรากันไปแล้วก็ตาม แต่ชั้นก็ยังคงรู้สึกดีต่อเขาเหมือนเดิม" - อดีตคนรักคนหนึ่ง
"ตั้งแต่วันที่เฟิร์สเดินจากไป ฉันก็ไม่เคยรู้จักความสุข" - อดีตคนรักอีกคนหนึ่ง
"อาตมา ไม่อยากจะเชื่อหรอกน่ะ ว่าเขาคือผู้ที่จะมาปลดเปลื้องความทุกข์ให้กับคนไทย แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ" - เจ้าอาวาสวัดแถวบ้าน
"จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชาท่านเฟิร์ส" - สาวกคนหนึ่ง
"พี่เขาเทพมากๆ" - รุ่นน้องที่มหาลัย
"ชื่อของเขาก็บอกอยู่แล้วว่า เกิดมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง หนึ่งเดียวผู้ไม่เหมือนใคร" - ผู้มีอำนาจและมือที่มองไม่เห็น
"มึงมันบ้า" - เพื่อนคนหนึ่ง
"เทพเจ้าแห่งล้านนา !!" - คนรู้จัก
"เขาคือบัณฑิตเศรษฐศาสตร์ระดับโลก" - อาจารย์ผู้สอน
บัดนี้เชิญท่านทั้งหลาย ล้วนชายหญิง ลงนามถวายพร เนื่องในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ ๒๑ รอบของข้าพเจ้าด้วยเถิด
January 04
กลับมาพบกันอีกแล้ว สหายทั้งหลาย !! หลังจาก ตำราศาสตร์มืด บทที่ ๑ ได้นำเสนอเรื่อง การคำนวนเลขบัตรประชาชนไป เป็นเวลาปีกว่าๆ บัดนี้ถึงเวลานำเสนอ บทที่ ๒ แล้ว
พวกท่านทั้งหลายเคยหรือไม่ ที่อ่านพวกตำรับตำราโบราณ หรือประกาศในสมัยก่อน จะเจอ คำปรารภ ที่ขึ้นต้น ศุภมัสดุ....... แล้วเป็นคำบาลี - สันสกฤต ยาวเป็นพรืด
เช่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 ขึ้นต้นว่า..
"
ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาลเป็นอดีตภาค ๒๕๔๐ พรรษา ปัจจุบันสมัย จันทรคตินิยม พฤษภสมพัตสร อัสสยุชมาส ศุกลปักษ์ ทศมีดิถี สุริยคติกาล ตุลาคมมาส เอกาทสมสุรทิน โสรวาร โดยกาลบริเฉท"
หลายคนคงงงล่ะสิ แต่แน่นอน สำหรับสาวกของข้าพเจ้า เรื่องแค่นี้ต้องรู้ให้ได้ เมื่อวันหน้าหากข้าพเจ้าเป็นใหญ่ ประกาศทุกประกาศจักต้องปรารภขึ้นต้นด้วย ถ้อยคำประโยคแบบนี้ !!
¤,¸.·*´¯) (¯`*·.¸,¤
¸,¤°´'`°·.¸O¸.·°´'`°¤,¸
|¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯·.·¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯|
★★★★★ ตำราศาสตร์มืด ★★★★★
|___________.·.___________|
*´'`°¤¸¸.·'´O`'·.¸¸¤°´'`*
(_¸.·*´'`°¤¸'¸¤°´'`*·.¸_)
บทที่ ๒ ถอดรหัสการบ่งบอกวันที่ในภาษาบาลี
กลุ่มดาวฤกษ์ที่จันทร์โคจรผ่านมีอยู่ 27หมู่ มีชื่อดังนี้
1) อัศวนี ดาวม้า 2) ภรณี ดาวแม่ไก่ 3) กัตติกา ดางลูกไก่ 4) โรหิณี ดาวจมูกม้า 5) มิครศิร ดาวศรีษะเหนือ 6) อารทรา ดาวฉัตร 7) ปุนรวสุ ดาวเรือชัย 8) ปุษย ดาวปุยฝ้าย 9) องค์เรษา ดาวแมว 10) มฆา ดาวแข่งม้า 11) ปุพพผัคคุณี ดาวเพดานหน้า 12) อุครผัคคุณี ดาวเพดานหลัง 13) หัตถะ ดาวฝ่ามือ 14) จิตรา ดาวจรเข้ 15) สวาติ ดาวกระออมน้ำ 16) วิสาขะ ดาวกระบือ 17) อนุราชา ดาวหมี 18) เชษฎา ดาวแพะ 19) มูล ดาวช้างน้อย 20) ปุพพวสฬหะ ดาวปากนก 21) อุตตราสาฬหะ ดาวครุฑ 22) สาวนะ ดาวหลักชัย 23) ธนิฏฐะ ดาวตา 24 ) สตัพพิช ดาวมังกร 25) ปุพพาภัททะ ดาวราชสีห์ตัวผู้ 26) อุตตรภัททะ ดาวราชสีห์ตัวเมีย 27) เรวดี ดาวปลาตะเพียน
คราวนี้ทั้ง 27 หมู่นี้ดวงจันทร์ก็โคจรผ่านทุกกลุ่มแต่ที่ดวงจันทร์เสวยเมื่อคืนวันเพ็ญนั้นมีอยู่ 12 หมู่ ตามที่พจนานุกรมแห่งราชบัณฑิตยสถานอ้างว่าเป็นเดือนทางจันทรคตินั้นทฃมีดังนี้
มิคสิรมาส เดือนอ้าย
ปุษยมาส เดือนยี่
มาฆมาส เดือนสาม
ผัคคุณมาส เดือนสี่
จิตรมาส เดือนห้า
วิสาขมาส เดือนหก
เชฎฐมาส เดือนเจ็ด
อาสาฬหมาส เดือนแปด
สาวนมาส เดือนเก้า
ภัทรปทมาส เดือนสิบ
อัสสยุยุชมาส เดือนสิบเอ็ด
กัตติกมาส เดือนสิบสอง
คราวนี้มาเรื่องของปีนักษัตรกัน
มุสิกสมพัตร ปีชวด
พฤษภสมพัตร ปีฉลู
พยัคฆสมพัตร ปีขาล
ศศสมพัตร ปีเถาะ
มกสมพัตร ปีมะโรง
สัปสมพัตร ปีมะเส็ง
อัศวสมพัตร ปีมะเมีย
อชสมพัตร ปีมะแม
มักกฎสมพัตร ปีวอก
กุกกุฎสมพัตร ปีระกา
โสณสมพัตร ปีจอ
สูกรสมพัตร ปีกุน
ทีนี้ก็มาว่ากันเรื่องข้างขึ้น หรือข้างแรม
ข้างแรม คือ กาฬปักษ์
ข้างขึ้น คือ ศุกลปักษ์
ส่วนเรื่อง หนึ่งค่ำ สองค่ำนั้น มีว่าอย่างนี้
ปฐมาดิถี หนึ่งค่ำ
ทุติยาดิถี สองค่ำ
ตติยาดิถี สามค่ำ
จตุตถีดิถี สี่ค่ำ
ปัญจมีดิถี ห้าค่ำ
ฉัฎฐีดิถี หกค่ำ
สัตตมีดิถี เจ็ดค่ำ
อัฎฐมีดิถี แปดค่ำ
นวมีดิถี เก้าค่ำ
ทศมีดิถี สิบค่ำ
เอกาทสีดิถี สิบเอ็ดค่ำ
ทวาทสีดิถี สิบสองค่ำ
เตรสีดิถี สิบสามค่ำ
จาตุทสีดิถี สิบสี่ค่ำ
ปัณสีดิถี สิบห้าค่ำ
ต่อมาคือ วันที่ตามปฏิทินปัจจุบัน
วันที่ 1 ปฐมาสุรทิน
วันที่ 2 ทุติยสุรทิน
วันที่ 3 ตติยสุรทิน
วันที่ 4 จตุตถสุรทิน
วันที่ 5 ปัญจมสุรทิน
วันที่ 6 ฉัฎฐสุรทิน
วันที่ 7 สัตตมสุรทิน
วันที่ 8 อัฎฐมสุรทิน
วันที่ 9 นวมสุรทิน
วันที่ 10 ทศมสุรทิน
วันที่ 11 เอกาทศมสุรทิน
วันที่ 12 ทวาทศมสุรทิน
วันที่ 13 เตรศมสุรทิน
วันที่ 14 จตุททศมสุรทิน
วันที่ 15 ปัญจทศมสุรทิน
วันที่ 16 โสรทศมสุรทิน
วันที่ 17 สัตตศมสุรทิน
วันที่ 18 อัฎฐารศมสุรทิน
วันที่ 19 เอกูนวีศติมสุรทิน
วันที่ 20 วีศติมสุรทิน
วันที่ 21 เอกวีศติมสุรทิน
วันที่ 22 พาวีศติมสุรทิน
วันที่ 23 เตวัศติมสุรทิน
วันที่ 24 จตุวีศติมสุรทิน
วันที่ 25 ปัญจวีศติมสุรทิน
วันที่ 26 ฉัพพีศติมสุรทิน
วันที่ 27 สัตตวีศติมสุรทิน
วันที่ 28 อัฎฐวีศติมสุรทิน
วันที่ 29 เอกูนติงศติมสุรทิน
วันที่ 30 ติงศติมสุรทิน
วันที่ 31 เอกติงศตอมสุรทิน
เรื่องสุดท้ายคือวันทั้งเจ็ด
วันอาทิตย์ รวิวาร หรือ อาทิตยวาร
วันจันทร์ จันทรวาร หรือ โสมวาร
วันอังคาร ภุมวาร
วันพุธ พุธวาร
วันพฤหัสบดี พฤหัสบดีวาร หรือ คุรุวาร
วันศุกร์ ศุกรวาร
วันเสาร์ โสรวาร หรือ ศนิวาร
อ่า ทีนี้พวกเรามาถอดรหัสกัน
ศุภมัสดุ เป็นคำให้พร พระพุทธศาสนากาล คือ พุทธศักราชนั่นเอง พฤษภสมพัตรสร คือ ปีวัว หรือปีฉลู อัสสยุชมาส คือ เดือนอัสสยุช หรือเดือนสิบเอ็ดทางจันทรคติ ศุกลปักษ์ คือข้างขึ้น ทศมดิถี คือวันสิบค่ำ สุริยคติกาล คือ นับเป็นปีทางสุริยคติ เดือนตุลาคม วันที่ สิบเอ็ด (เอกทศวาร) โสรวาร คือวันเสาร์ ฯลฯ สรุปว่า ปีฉลู เดือน 11 วันขึ้น 10 ค่ำ ตรงกับ วันเสาร์ ที่ 11 เดือนตุลาคม พ.ศ.2540
ทีนี้ก็มาลองแปลกันดู
"ความเจริญจงมีแด่ท่าน ปัจจุบันนี้เมื่อพระพุทธศาสนามีอายุได้ ๒๕๔o ปี นับทางจันทรคติก็คือ ปีฉลู เดือนสิบเอ็ด ขึ้นสิบค่ำ นับทางสุริยคติคือวันเสาร์ที่สิบเอ็ด เดือนตุลาคม ซึ่งมีกำหนดนับตามเวลาดังกล่าว"
หวังว่าคงมีความสุขและรอยหยักในสมองเพิ่มขึ้นกับสิ่งที่ข้าพเจ้าถ่อยทอดให้ สวัสดี !
จบตำราศาสตร์มืดบทที่ ๒ เพียงเท่านี้
December 12
คำเมือง ถือเป็นเอกลักษณ์และอีกทั้งยังเป็นความภาคภูมิของคนเหนือ วันนี้ข้าพเจ้าจะมาสอนภาษาเหนือ ให้กับคนไทยที่ยังไม่รู้ทุกท่าน เผื่อภายภาคหน้า ถ้าแผนการยึดครองโลกที่ข้าพเจ้าวางแผนไว้ดำเนินสำเร็จ ภาษาเหนือนี่แหละ จะ เป็น ภาษาราชการ
ภาษาเหนือขั้นพื้นฐาน
การเปลี่ยน คำนามจากไทย เป็น คำเมือง มีหลักดังนี้
- เปลี่ยนพยัญชนะตามหลักข้างล่าง แต่คงเสียงของสระของคำไว้คงเดิม
- บางคำอาจมียกเว้น
- ถ้าคำนั้นไม่มีการเปลี่ยนรูป ให้คงรูปเดิมแต่ผันให้เป็นเสียงจัตวา
หลักการเปลี่ยนพยัญชนะของคำเมือง
เปลี่ยน ร เป็น ฮ
ตัวอย่าง
โรงเรียน = โฮงเฮียน
ร้องเพลง = ฮ้องเพลง
รัก = ฮัก
รับ = ฮับ
รูป = ฮูป
เปลี่ยน ช เป็น จ
ตัวอย่าง
ช้าง = จ๊าง
ชาติหมา = จ๊าดหมา
ผู้ชาย = ป้อจาย
ชู้ = จู๊
เปลี่ยน พ เป็น ป
ตัวอย่าง
พ่อ = ป้อ
เพื่อน = เปื้อน
ข้าพเจ้าได้รวบรวมตัวอย่างคำเมืองในชีวิตประจำวัน มาให้ดู โดยแบ่งแยกเป็น หมวดหมู่ต่างๆ
คำนาม สรรพนาม
ฉัน = เปิ้น (สุภาพ) , ฮา(ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชักับเพื่อนผู้ชาย เหมือนกับคำว่า กู)
เธอ = ตั๋ว(สุภาพ) , คิง(ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชักับเพื่อนผู้ชาย เหมือนกับคำว่า มึง)
เขา(สรรพนามบุรุษที่ 3) = เปิ้น
ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา = อุ้ย (เช่น แม่อุ้ย ป้ออุ้ย)
ผู้ชาย = ป้อจาย
ผู้หญิง = แม่ญิง
พวกเขา = หมู่เขา
พวกเธอ = สูเขา (สุภาพ), คิงเขา(ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชักับเพื่อนผู้ชาย)
พวกเรา = หมู่เฮา, เฮาเขา
พ่อ = ป้อ
พี่ชาย = อ้าย,ปี้
พี่สาว = ปี้ ,เอ้ย
ยี่สิบบาท = ซาวบาท
ยี่สิบเอ็ด = ซาวเอ็ด
เรือน = เฮือน
อิฐ = บ่าดินกี่
คำเล่าลือ = กำสีเน
ปฏิทิน = ปั๊กกะตืน คำเมืองแท้ๆจะแปลว่าปฏิทิน
จำนวนนับ
1 = นึ่ง
2 = สอง
3 = สาม
4 = สี่
5 = ห้า
6 = ฮก
7 = เจ๋ด
8 = แปด
9 = เก้า
10 = ซิบ
11 = ซิบเอ๋ด
20 = ซาว
21 = ซาวเอ๋ด
พืช ผัก ผลไม้
มะละกอ = บะก้วยเต๊ศ
กล้วยน้ำว้า = ก้วยอ่อง / ก้วยนิอ่อง
มะตูม = บะปีน
ส้มเขียวหวาน = ส้มเกลี้ยง เขียวหวาน
แตงล้าน = ม่ะแต๋งซั้ง ( ร้านที่ทำให้เครือแตงพันขึ้นไป ทางเหนือเรียกว่า ซั้ง )
น้อยหน่า = ม่ะหน้อแหน้ / น้อยแหน้
บวบงู = ม่ะนอยงู
มะเขือเปราะ = บะเขือผ่อย
มะเขือยาว = บะเขือขะม้า - - ออกเสียง ม่ะเขือขะม่า / ม่ะเขือหำม้า
มะระ = บะห่อย,บะลี้
แตงกวา = บะแต๋ง
กล้วย = เชียงใหม่ เรียก ก้วยใต้ ลำปาง เรียก ก้วยลิอ่อง หรือ ก้วย โก๊ย
พุทรา = หม่ะตัน
ละมุด = หม่ะมุด
กระท้อน = บะตื๋น หมะต้อง
มะปราง = หมากปราง,บะฝาง
ฝรั่ง = บ่ะหมั้น,บะแก๋ว
ขนุน = หม่ะหนุน,บ่ะหนุน
มะพร้าว = หม่ะป้าว
ส้มโอ = บะโอ
ฟักทอง = บะฟักแก้ว /บะน้ำแก้ว/น้ำแก้ว
ฟักเขียว = บะฟักหม่น
มะแว้ง = บะแขว้งขม
มะเขือพวง = บะแขว้ง /บ่ะแขว้งกุลา
ลูกยอ = หม่ะต๋าเสือ
มะเขือเทศ = บะเขือส้ม
กระท้อน = บะตึ๋น
ตะไคร้ = ชะไคร
คึ่นช่าย = ผักกะพึน,กำพึน (กะปึน)
ผักตำลึง = ผักแคบ
ชะพลู = ผักแค ใบปูนา ปูลิง
สัตว์
จิ้งหรีด = จิ้กุ่ง,จิ้หีด
ค้างคก = ค้างคาก กบตู่
ลูกอ๊อด = อีฮวก
ปลาไหล = ปลาเอี่ยน ปลาเหยี่ยน
จิ้งเหลน = จั๊ก-กะ-เหล้อ
กิ้งก่า = จั๊ก-กิ้ม
ต๊กโต๋ = ตุ๊กแก
เครื่องใช้
กรรไกร = มีดยับ มีดแซม
กระดุม = บะต่อม
เข็มขัด = สายแอว สายฮั้ง
ช้อน = จ๊อน
ทับพี = ป้าก
ถุงเท้า = ถุงตีน
ผ้าเช็ดตัว = ผ้าตุ้ม
ผ้าห่ม = ผ้าต๊วบ
ยาสูบ = ซีโย
รองเท้า = เกือก /เกิบ
รองเท้าฟองน้ำ = แค็บ
คำกริยา
กำปั้น หมัด = ลูกกุย
โกรธ = โขด
กลับ = ปิ๊ก (เช่น "เฮาปิ๊กบ้านละ")
กางร่ม = กางจ้อง
โกหก = วอก ขี้จุ๊
กิน = กิ๋น
ก่าย = ปาด อิง
ขโมย = ขี้ลัก
ขี่หลังคน(เกาะ) = เก๊าะ
ขี้เหนียว = ขี้จิ๊
คิด = กึ๊ด
เครียด = เกี้ยด
จริง = แต๊(เช่น "แต๊ก๊ะ" = "จริงหรอ")
เจ็บ = เจ๊บ
ใช้ = ใจ๊
ดู = ผ่อ
เด็ก = ละอ่อน
ตกคันได = ตกบันได
เที่ยว = แอ่ว
ทำ = ยะ(เช่น "ยะหยัง" = "ทำอะไร")
นั่งพับเพียบ = นั่งป้อหละแหม้
นั่งขัดสมาธิ = นั่งขดขวาย
นั่งยอง ๆ = นั่งข่องเหยาะ,หย่องเหยาะ
นั่งไขว่ห้างเอาเท้าข้างหนึ่งพาดบนเข่า = นั่งปกขาก่ายง้อน
นั่งวางเฉย นั่งหัวโด่ = นั่งคกงก(ก๊กงก)
นั่งลงไปเต็มที่ตามสบาย(โดยไม่กลัวเปื้อน) = นั่งเป้อหละเหม้อ, นั่งเหม้อ
พูด = อู้
รัก = ฮัก
รู้ = ฮู้
ลื่นล้ม = ผะเลิด
วิ่ง = ล่น
สวมรองเท้า = ซุบแข็บ
สะดุด = ข้อง
สวยจังเลยนะ = งามหลายน้อ
สบายอกสบายใจ = ซว่างอกซว่างใจ๋
เหรอ = ก๊ะ
ห่วง = ห่วง (คำเมืองแท้ๆคือ อ่วง ว้อง หรือ ข๋าง)
เหนื่อย = อิด หม้อย
ให้ = หื้อ
อยาก = ไข้อยาก
อยากอ้วก อยากอาเจียน = ใขฮาก
อร่อย = ลำ
อร่อยมาก = จ๊าดลำ
อย่าพูดมาก = จ๊ะไปปากนัก
อย่าพูดเสียงดัง = จ๊ะไปอู้ดัง
คิดไม่ออก = กึ๊ดหม่ะออก
คำวิเศษณ์ และอื่นๆ
ก็ = ก่อ
โง่ = ง่าว
เช่น = เจ้น
ถึง = เถิง
ไม่ = หมะ(เช่น หมะใจ๊ = ไม่ใช้)
นะ = เน้อ(เช่น เน้อครับ = นะครับ)
เป็น = เป๋น
ร่ม หมายถึง ร่มเงา = ฮ่ม
ร่ม หมายถึง (ร่มกันแดด-กันฝน) = จ้อง
ใหญ่ = หลวง(เช่น "หูหลวง" = "หูใหญ่")
เหนียว = ตั๋ง
ทุก = กุ๊ (เช่น กุ๊ๆ คน= ทุกๆคน)
แบบนี้ อย่างนี้ = จะอี้
แบบนั้น อย่างนั้น = จะอั้น
เอกลักษณ์ของคำเมืองอีกอย่างคือ การสร้อยคำเผื่อบอกรายละเอียด โดยข้าพเจ้าได้รวบรวมมาได้ดังข้างล่างนี้ !
สี
ดำคึลึ = คนอ้วนล่ำผิวดำ
ดำผืด = ฝูงนกฝูงกาขนดำอยู่เป็นฝูง
ดำคุมมุม = ดำสลัวอยู่ในความมืด
ดำขิกติ้ก = ดำซุปเปอร์
ดำคิมมิม = คนผอมกระหร่อง ผิวดำ
ดำเหมือนเเหล็กหมก = ดำเหมือนเหล็กไหม้ไฟ
ดำเหมือนหมิ่นหม้อ = ดำเหมือนเขม่าติดหม้อดินที่ไหม้ไฟ
ดำผึด = ดำทั่วทั้งแถบ
ดำผึดำผึด = ดำมากๆทั่วๆไป
แดงฮ่าม = แดงอร่าม
แดงเผ้อเหล้อ = แดงเป็นจุดใหญ่จุดเดียว
แดงปะหลึ้ง = แดงจัดมาก
แดงปะหลิ้ง = แดงอมชมพู แดงเป็นจุดเล็กๆ
เหลืองฮ่าม = เหลืองอร่าม
เหลืองเอิ่มเสิ่ม = เหลืองอมส้ม
เขียวอุ้มฮุ่ม = เขียวแก่
เขียวปึ้ด = เขียวจัดมาก
มอยอ้อดฮ้อด = สีน้ำตาลหม่น
ขาวจั๊วะ = ขาวนวล
ขาวโจ๊ะโฟ้ะ = ขาวมากๆ
ขาวเผื้อะขาวเผือก = มองไปทางไหนก็ขาวไปหมด
เปิดเจ้อะเห้อะ = สีขาวซีด
หม่นซ้อกป้อก = หม่นมัวหรือเทาอ่อน
หม่นโซ้กโป้ก = หม่นสกปรกหรือสีเทาแก่
หมองซ้อกต๊อก = ดูเก่า หรือซีด จืดไป
เส้าแก๊ก = สีหม่นหมองมาก
เส้าตึ้มตื้อ = ใบหน้าหมองคล้ำ สีมืดไม่สดใส
ลายขุ่ยหยุ่ย = ลายพร้อย หรือลายเป็นดอกดวง
ใสอ้อดหล้อด = สดใสแบบอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ
ใส่ยงยง = สว่างจ้า
แสง-เสียง
มืดแถ้ก = มืดสนิท
มืดสะลุ้ม = มืดสลัวๆ
มืดซุ้มซิ้ม = มืดนิดๆ
มืดวุ่ยวาย = มืดลางๆ ยังพอจำหน้ากันได้
แจ้งฮุมหุฮุมหู่ = สว่างลางๆเลือนๆ
แจ้งฮ่าม = สว่างจ้าสว่างเรืองรอง
แจ้งลึ้ง = สว่างโร่เห็นได้ชัด
แจ้งดีขวายงาม = สว่างปลอดโปร่งโล่งใจไม่มีอุปสรรค
หันวุยวาย = เห็นเลือนๆลางๆ
ดั้กปิ้ง = เงียบกริบ
ดั้กปิ้งเย็นวอย = เงียบเชียบ
ดั้กแส้ป = ไม่ได้ข่าวคราว
ดั้กก๊กงก = นั่งนิ่ง
ดังทึดทึด = เสียงดังก้องไปทั่ว
กลิ่น รส
เหม็นโอ๊ง, เหม็นโอ่ = เหม็นเน่า
จ๋างแจ้ดแผ้ด = จืดชืด
ขมแก๊ก = ขมมาก
ส้มโจ๊ะโล๊ะ = รสเปรี้ยวมาก
ฝาดหยั่งก้นตุ๊ = รสฝาดมาก
ขมจ่อมล่อม=ขมพอดีพอดี
คำเกี่ยวกับรูปร่าง-ลักษณะ
แหลวแหล้ะแหลวแล่น = แหลกไม่มีชิ้นดี
แหลวแฝ้ะแหลวแฟ่น = แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แหลวแฟ่น = แหลกเป็นชิ้น
แหลวแตว = แหลกเป็นชิ้นของเหลวเหมือนน้ำ
แหลวเมอะมะ = แหลกเป็นชิ้นเหนอะหนะ
เปิดโต้โหล้ = เปิดโล่ง
แน่นแท้ก = หนาแน่น แข็งแรง
มั่นถึ้งหรือแน่นถึ้ง = หนาแน่น ไม่ขยับเขยื้อน
บางแต๊บแย้บ = บางเบามาก
ซื่อเหมือนข้าวหนมวง = ไม่ซื่อตรง (เป็นคำประชดประชัน)
ซื่อแซ้ด = ตรงเหมือนไม้บรรทัด
แข็งเป๊ก = แข็งมาก
แข็งเกิ้กเดิ้ก = ลักษณะแข็งทื่อ
แข็งกึ่งดึ่ง = แข็งทื่อเหมือนศพ
สูงเอิดเอิ้ง = สูงใหญ่
สูงเหมือนเผด = สูงเหมือนเปรต ผอมสูง
สูงใบ้สูงง่าว = สูงมากจริงๆ
ต่ำแม้ดแก้ด = ลักษณะคนเตี้ยแกร็น
ต่ำป้อกหล้อก = เตี้ยหม้อต้อ
ต่ำม๊อกก๊อก = มะขามข้อเดียว
สั้นป้อกหล้อก = คนเตี้ยกลม
สั้นกิ้มดิ้ม = สั้นจุ๊ดจู่
ยาวอ้าดลาด = คนสูงใหญ่หรือสัตว์ตัวยาวใหญ่เช่นงู
ยาวโจ๊ะโละ = หน้ายาว
ยาวเฟื้อย = ยาวเป็นทางยาวไปตลอด
มุ่นมุ้กกุ๊ก = สั้นๆทื่อๆ
มนมุ่งก่ง = กลมใหญ่เห็นได้ชัด
มนแกว๊ด = กลมดิก
มนอุ๊มลุ๊ม = กลมๆรีๆ
ป้อมป้อกหล้อก = เตี้ยกลมเล็ก
ปุ้มปุ๊กหลุ๊ก = อ้วนกลมเล็ก
ตุ้ยอุ๋ยหลุน = อ้วนใหญ่
ตุ้ยลุ้ย = อ้วนท้วนสมบูรณ์
ตุ้ยเหมือนปกอึ่งยืน = อ้วนจนลุกไม่ขึ้น
ผอมแก้งแด้ง = ผอมขี้ก้าง ผอมแห้ง
ผอมเหมือนผีจั๊กแค่ = ผอมมีแต่กระดูก
หม้ดผี้หลี้ = สวยสดใส
หม้ดจุ้นอุ้น = เปลือย
หม้ดสุ่ย = หมดอันสุดท้าย
หม้ดหลึ้ง = หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้เศษเล็กน้อย
หม้ดโม่งโก้ง = หัวโล้น
งอก๊อกหง้อก = เปรียบเทียบกับคนหน้างอ
งอก่องด่อง = นอนขดตัว
เต๋มแฟ้ด = เต็มแบบยัดทะนาน
เต๋มเป้ง = เต็มจนตุง
เต๋มอ้าดฟาด = เต็มจนแน่น คับ
เต๋มตี้ = เต็มที่
ล้นฟะฟะ = ล้นจนหก หรือกระฉอก
ตอกบ๊ะบ๊ะ = ตอกหลายๆที
หลมหล่าย = (หลวมล้ำไป) หลวมเกินพอดี ง่าย
หลมไพ = ง่ายนิดเดียว
จุ้มอึ๊กนึ๊ก = ชุ่มชื่น ชื้น
เปี๊ยะหล้อมจ้อ = เปียกหมดทั้งตัว ตั้งแต่หัวจดเท้า
เปี๊ยะป๊อกซ๊อก = เปียกโชก
เปี๊ยะปิ๊กซิ๊ก = เปียกนิดหน่อย
ฮูโจ้โหว้ = รูเบ้อเริ่ม
ฮูโจ้ดโหวด = รูใหญ่เห้นชัดเจน
ก๋วงโจ้โหว้ = รูกลวงใหญ่ลอดง่าย
ก๋วงโต้โหล้ = เปิดกว้างโล่ง
ก๋วงโจ้ดโหวด = เห็นได้ชัด
อ้าก้าบงาบ = อ้ากว้าง
งามผี้หลี้ = คนที่เริ่มเป็นสาว และมีหน้าตาสวย
งามแต๊งามว่า = สวยจริงๆ
งามใบ้งามง่าว = สวยมากจริงๆ
งามแต๊นอ = สวยจริงหนอ
เก่าโคะโละ = เก่ามาก
ขุ้นโอ๊ะโม๊ะ = ขุ่นมาก
พุ่ยลั้งลั้ง = ยุ่ยเป็นผุยผง
ก๋องอ้อกหย้อก = กองรวมกันเป็นก้อน
เหม๊าะขนาด = เหมาะสมมาก
เนียนแน้ก = รวดเร็ว
บานเผ้อเหล้อ = เบ่งบานเต็มที่
บานผี้หลี้ = เริ่มผลิบาน
ก๊ดโก้งโหง้ง = ไม่ตรง
ก๊ดหง้อกก๊ดแหง้ก = คดไปคดมา
โก่งโข้งโหย้ง = โค้งสูง สูงหลังโกง
ใหญ่นกเก๊าเฒ่าหมูหมา = เป็นผู้ใหญ่เสียเปล่าทำอะไรไม่ได้
ห้อยโต้นโหล้น = แขวนโตงเตง แกว่งไปแกว่งมา
ห้อยเติ้งเหยิ้ง = แขวนอยู่กับที่
ติดถ้ะติดถ้าบ = ติดมากจนแกะไม่ออก
ติดถ่ำติดแถ๋ = ติดตามไม่ยอมพราก
ผ้ดหล่าย = ทะลุ
เส็ดขำตี้ = อยู่หมัด ตายกับที่
แล้วขำตี้ = ตายในที่เกิดเหตุ
เหี่ยวหยุ้บหย้าบ = เหี่ยวย่น
ยานเติบตาบ = ยานมาก
ยานเติบเต๋ย = ยืดยาด
ยานตุ่งตว่าง = หลวมโพลกเพลก
ยานเปียงแอว = สิ่งที่ยานมากจนถึงเอว เช่น ผม นม
ปุ๊สุ่นบุ่น = ผมฟูฟ่อง
เค่งติ้งติ้ง = การแน่น คัดเต้านม หรือ รัดตึง
สาวจิ๊ดริด = เริ่มโตเป็นสาว แม่สาวน้อย
สาวจี๋ = เริ่มผลิเนื้อสาว ยังไม่ทันแตกสาว
สาวจ้อน = สาวใหญ่
ขำก๊ะงะ = ค้างคาอยู่
ขำพู่หลู้ = มีสิ่งอุดตันติดอยู่ เช่นท้องผูกถ่ายไม่ออก
ขำหงะขำหงาน = งานติดพันแกะไม่ออกเลิกไม่ได้
นวลหนุ้งหนุ้ง = นุ่มนิ่ม
เลิ้กเสี้ยงอย่าง = ลึกมากสุดหยั่งได้
กีดเหมือนหับปู๋ = แคบมาก
กีดเท่าแมวดิ้นต๋าย = แคบเท่ากับพื้นที่ที่แมวดิ้นตาย
กว้างโล่งโก๊ะโล่งโก๋น = เปรียบเทียบความกว้างจนทะลุปรุโปร่ง
ยางเมี๊ยะเมี๊ยะ = เหนียวเหนอะหนะ
เบาโหย้งโหย้ง = บางเบามาก เบาโหวงเหวง
ห่างบะล่างข้างเข้ง = ห่างมากและไม่เป็นระเบียบ
หน้อยล้ำเจ้น = น้อยมาก
ละอ่อนต่อนแต่น = เด็กๆ เล็กๆ
วุ่นวะวุ่นวาย = วุ่นวายมาก
ส่ำปี้ส่ำป้อ = เด็กเล็กที่อยู่รวมกันปะปนคละเคล้า
บะหลิ้กปิ้กป้อก = ตัวกะจิดริด กะจ้อยร่อย
เป๋นปุ๋มอ้องย้อง = ลักษณะคนเป็นโรคพุงโร
ควันจุ๊งจุ๊ง = ควันคละคลุ้ง
มอดพ้องแพ้ง = กลางๆ ขนาดพอเหมาะ
เบี้ยวโหล้งโหง้ง = ไม่ตรง คด
ขะหลิกจิ้กจ้อก = สิ่งละอันพันละน้อย ของเบ็ดเตล็ด
หล้วกล้ำ = ฉลาดมาก
หล้วกนักแก = ฉลาดพอตัว
หล้วกใบ้หล้วกง่าว = ฉลาดเอามากๆ
บะลุ่นบะจุ๋น = อีรุงตุงนัง
ไก๋จิววิว = ไกลมา