The King Of Cyb...'s profileผมมิใช่เผด็จการ แต่ความค...PhotosBlogListsMore Tools Help

ผมมิใช่เผด็จการ แต่ความคิดเห็นของผมนั้นขอให้จงถือเป็นที่สุด !!

รับจ้างวางแผนอาชญากรรมทุกประเภท , All life is biology. All biology is physiology. All physiology is chemistry. All chemistry is physics. All physics is math.

The King Of Cyber Space Lesemajeste

Occupation
Location
Interests
เทพ !
 ใครมาเยี่ยมมาเยือน ให้ลงชื่อเอาไว้ หากวันหน้าข้าพเจ้าเป็นใหญ่จะได้ไม่ลืมพวกท่าน !!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
No namewrote:
เข้ามาอ่านแล้วกะฮาได้อีก เฟิสนี่เสน่ห์แรงจิงๆ อิอิ ว่าแต่ตอนนี้มีแฟนยังอ้า เขินอาย
Feb. 26
[frost]wrote:
ฟรอสมาเยือน
Mar. 13
ไหงวันนี้ ไปติดแหง่ก ที่ร้าน โอโซน ได้หว่า ท่าน
Jan. 11
[frost]wrote:
เออ วันเกิดมืง ขอให้มีความสุข
 
ทำการใหญ่ได้อย่างที่ใจมืงหวัง
 
นะ ท่านเฟิส
Jan. 6
ทนงwrote:
อายุมั่น ขวัญยืนนะค้าบ
 
ขอให้ได้เป็นผู้ครองฟ้าดินสักวันแล้วกันนะ อิอิ
Jan. 6
น่าจะจำไม่ผิดนะ พรุ่งนี้วันเกิดใช่เป่า
สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้า 1 วันนะ  แบบว่าพอดีพรุ่งนี้ไปเที่ยวทริปยาวแระคงไม่ได้มาอวยพร
ขอให้มีความสุขขึ้นอีกปีนะ GET A คิดสิ่งใดสมใจนึก
โชคดีจ้า
Jan. 5
Armageddon wrote:
คิดการใหญ่จริงๆ  โอ้วจอร์จ
ปล. แบ่งสาวซิงๆ มาให้ข้าพเจ้าบ้างสิ
ไม่ซิง = ไม่เอา
Wink
 
Nov. 14
who am iwrote:
สุดยอด มากก เลยยย อ่าวแล้วโดนใจเพิ่งเคยเจอคนนิสัยคล้ายๆกัน แต่ผมเด็กกว่าอะ อยู่ เชียงใหม่ครับ อยากบอกว่าโดนใจมาก ขอให้เป็นจรรคพรรคจักวานให้ได้นะครับ เป็นจิงๆอย่าลืมผมนา555 By M
school: montfort
Nov. 13
TaNwrote:
board นี้โดนใจสาด
Nov. 5
เข้าทักทายน้องมันหน่อย
สาวเยอะจริงๆ 555+
Oct. 10
รุ่นใหม่ไฟแรงดีจัง ยิ้ม 
Aug. 10
นิ้ง: ผู้หญิงที่เธอลืม wrote:
 คนใจร้าย ก็ยังใจร้ายไม่เคยเปลี่ยน....
July 10
มีคนรักเยอะจังเลยนะเฟิส นี่ละมั้ง สาเหตุ ที่เราห่างๆกันไป รึเปล่า
โดยเฉพาะคนชื่อ .....
 
ขอไม่แย่งกะใครนะคะ
July 3
Aomwrote:
ศึกชิง ประกาสิด
June 30
pkwrote:
ในที่สุด ก็สามารถ @ ได้ซักที
ดีใจสุดยอดดดดดด
June 22
มิ้นท์ wrote:
 ยัยคนข้างล่างเป็นใคร  ปากดีจังน่ะ สงสัยไม่เคยโดนตบ โทร. มาสิ 0830349529 กูมิ้นท์
June 22
jingwrote:
อย่าให้รู้นะเฟิสว่ามีใคร-*-มีเรื่องแน่
June 21
jingwrote:
รู้สึกว่าจะเนื้อหอมน่าดูนะเฟิส  น่าขำจัง
June 18
มิ้นท์ wrote:
 ชิ ใครกันแน่ที่เป็นได้แค่ดอกไม้ริมทาง อย่างเธอน่ะเป็นของเล่นมากกว่า จริงไหม เฟิสต๋า
June 18
 เพื่อนกันทั้งนั้นแหละ ไม่มีอะไรหรอก ค่อยโทร.คุยกันน่ะ
June 18
 เธอสองคนนั้นแหละ เป็นใคร เป็นอะไรกับเฟิร์ส อย่าได้ใจให้มาก ก็แค่ดอกไม้ริมทาง เราเนี่ยแหละตัวจริง รู้ไว้ด้วย
June 18
NingZ wrote:
 เฟิร์ส คนที่ชื่อ มิ้นท์ ที่โพสต์ ข้างล่างคือใคร อธิบายเรามาน่ะ ?
 
June 16
มิ้นท์ wrote:
 ตาบ้า อาการหนักแล้วน่ะเรา แต่ก็รักน่ะ อิอิ
June 16
January 06

เถลิงถวัลย์ครบรอบ 21 ปี การโคจรรอบดวงอาทิตย์ของชีวิตข้าพเจ้า

     ศุภมัสดุ พระบรมมหาพระพุทธศาสนากาลเป็นอดีตภาคล่วง ๒๕๕๑ พรรษา เหมันตฤดู ชวดสัมฤทธิศก ปัจจุบันสมัยจันทรคตินิยมมุสิกสมพัตสร มฤคศิรมาส กาฬปักษ์ เตรสีดิถี สุริยคติกาล มกราคมมาส ฉัฎฐสุรทิน อาทิตยวาร โดยกาลบริเฉท
 
      ศรีสวัสดิเดชะ ประนบท่านปกาศิต ผู้สถิตกลางใจชน ยลทั่วทั้งทศทิศ พิศชายใดบ่มิเหมือน สะเทือนทั่วทั้งปฐพี เทพสดุดีทั่วชั้นฟ้า หล้าลือเลื่องชัยเชวง เกรงเกียรติยศระย่อ ฝ่อใจห้าวบมิหาญ ก้มกราบกรานกันถ้วนหน้า บารมีฟุ้งเกริกไกร ไปทั่วทั้งจักรวาล สำราญรื่นในดวงจิต บัดนี้ชีวิตมาถึงตอน โคจรรอบดวงสุริยา เป็นพรรษาที่ยี่สิบเอ็ด ถ้าเจตจำนรรจา สมปรารถนาอย่างที่คิด ขอพิพิธโภคสมบัติ เพิ่มพิพัฒน์โภคสมบูรณ์ จงพูนพิภพดับเข็ญ ให้เย็นพิภพดับทุกข์ ที่ซึ่งลุกดั่งเปลวเพลิง เถลิงยศเกียรติฟุ้งฟ้า ลือตรลบแหล่งหล้า โลกล้วนสดุดี.
 
 
         วันนี้ วันที่ 6 มกราคม ข้าพเจ้าขอประกาศ เถลิงถวัลย์ครบรอบ ๒๑ ปี ในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของชีวิตข้าพเจ้า นับเป็นเวลากว่า 7670 วันแล้วที่ ข้าพเจ้าถือกำเนิดเกิดขึ้นมา ไม่สิต้องใช้คำว่า จุติลงมา ถึงจะถูก ข้าพเจ้าคิดและเชื่อเสมอว่า ข้าพเจ้าคือ มหาเทพที่อวตารลงมา ปราบทุกข์เข็ญ ปลดเปลื้องความทุกข์ เช็ดคราบน้ำตา  แก่อาณาประราราษฎร์ ทั้งหลายทั้งมวล ชีวิตของข้าพเจ้าที่ผ่านมาถึงปานฉะนี้ ย่อมต้องพบเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา หากได้ไปกระทำการล่วงเกินหรือทำให้ใครขุ่นข้องหมองใจ ก็ปล่อยไปเพราะเป็นเรื่องของมึง !!
 
 
    
     คำนิยม ของ คนที่ข้าพเจ้าไปประสบในชีวิตของเขา
 
 
      "ตั้งแต่ ผมดึงเด็กคนนี้ออกมาจากมดลูกของแม่เขา ผมก็รู้สึกได้ทันทีว่า เด็กคนนี้ มิใช่คนธรรมดา"  - หมอผู้ทำคลอด
 
      "ชั้นไม่เคยเสียใจที่ได้เคยรักเขา ถึงแม้ตอนนี้เราจะเลิกรากันไปแล้วก็ตาม แต่ชั้นก็ยังคงรู้สึกดีต่อเขาเหมือนเดิม"  - อดีตคนรักคนหนึ่ง
 
         "ตั้งแต่วันที่เฟิร์สเดินจากไป ฉันก็ไม่เคยรู้จักความสุข" - อดีตคนรักอีกคนหนึ่ง
 
        "อาตมา ไม่อยากจะเชื่อหรอกน่ะ ว่าเขาคือผู้ที่จะมาปลดเปลื้องความทุกข์ให้กับคนไทย แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ"  - เจ้าอาวาสวัดแถวบ้าน
 
         "จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชา จงบูชาท่านเฟิร์ส"  - สาวกคนหนึ่ง
 
         "พี่เขาเทพมากๆ"  - รุ่นน้องที่มหาลัย
 
         "ชื่อของเขาก็บอกอยู่แล้วว่า เกิดมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง หนึ่งเดียวผู้ไม่เหมือนใคร"  ผู้มีอำนาจและมือที่มองไม่เห็น
 
         "มึงมันบ้า" - เพื่อนคนหนึ่ง
 
         "เทพเจ้าแห่งล้านนา !!" -  คนรู้จัก
 
        "เขาคือบัณฑิตเศรษฐศาสตร์ระดับโลก"  - อาจารย์ผู้สอน
 
 
 
 
บัดนี้เชิญท่านทั้งหลาย ล้วนชายหญิง ลงนามถวายพร เนื่องในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ ๒๑ รอบของข้าพเจ้าด้วยเถิด
January 04

ตำราศาสตร์มืด บทที่ ๒ ถอดรหัสการบ่งบอกวันในภาษาบาลี

 
  กลับมาพบกันอีกแล้ว สหายทั้งหลาย !! หลังจาก ตำราศาสตร์มืด บทที่ ๑ ได้นำเสนอเรื่อง การคำนวนเลขบัตรประชาชนไป เป็นเวลาปีกว่าๆ บัดนี้ถึงเวลานำเสนอ บทที่ ๒ แล้ว
 
 พวกท่านทั้งหลายเคยหรือไม่ ที่อ่านพวกตำรับตำราโบราณ หรือประกาศในสมัยก่อน จะเจอ คำปรารภ ที่ขึ้นต้น ศุภมัสดุ....... แล้วเป็นคำบาลี - สันสกฤต ยาวเป็นพรืด
 
เช่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 ขึ้นต้นว่า..

     "ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาลเป็นอดีตภาค ๒๕๔๐ พรรษา ปัจจุบันสมัย จันทรคตินิยม พฤษภสมพัตสร อัสสยุชมาส ศุกลปักษ์ ทศมีดิถี สุริยคติกาล ตุลาคมมาส เอกาทสมสุรทิน โสรวาร โดยกาลบริเฉท"

 
หลายคนคงงงล่ะสิ แต่แน่นอน สำหรับสาวกของข้าพเจ้า เรื่องแค่นี้ต้องรู้ให้ได้ เมื่อวันหน้าหากข้าพเจ้าเป็นใหญ่ ประกาศทุกประกาศจักต้องปรารภขึ้นต้นด้วย ถ้อยคำประโยคแบบนี้ !!
 
 
¤,¸.·*´¯) (¯`*·.¸,¤
¸,¤°´'`°·.¸O¸.·°´'`°¤,¸
|¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯·.·¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯|
★★★★★ ตำราศาสตร์มืด ★★★★★
|___________.·.___________|
*´'`°¤¸¸.·'´O`'·.¸¸¤°´'`*
(_¸.·*´'`°¤¸'¸¤°´'`*·.¸_)
 
 
บทที่ ๒ ถอดรหัสการบ่งบอกวันที่ในภาษาบาลี
 
 
กลุ่มดาวฤกษ์ที่จันทร์โคจรผ่านมีอยู่ 27หมู่  มีชื่อดังนี้

1) อัศวนี ดาวม้า 2)  ภรณี ดาวแม่ไก่ 3)  กัตติกา ดางลูกไก่ 4) โรหิณี ดาวจมูกม้า 5)  มิครศิร ดาวศรีษะเหนือ 6) อารทรา ดาวฉัตร 7) ปุนรวสุ ดาวเรือชัย 8)  ปุษย ดาวปุยฝ้าย 9) องค์เรษา ดาวแมว 10) มฆา ดาวแข่งม้า 11) ปุพพผัคคุณี ดาวเพดานหน้า 12) อุครผัคคุณี ดาวเพดานหลัง 13) หัตถะ ดาวฝ่ามือ 14) จิตรา ดาวจรเข้ 15) สวาติ ดาวกระออมน้ำ 16) วิสาขะ ดาวกระบือ 17) อนุราชา ดาวหมี  18) เชษฎา ดาวแพะ 19) มูล ดาวช้างน้อย  20) ปุพพวสฬหะ ดาวปากนก 21) อุตตราสาฬหะ ดาวครุฑ 22) สาวนะ ดาวหลักชัย 23) ธนิฏฐะ ดาวตา 24 ) สตัพพิช ดาวมังกร 25) ปุพพาภัททะ ดาวราชสีห์ตัวผู้ 26) อุตตรภัททะ ดาวราชสีห์ตัวเมีย 27) เรวดี ดาวปลาตะเพียน

คราวนี้ทั้ง 27 หมู่นี้ดวงจันทร์ก็โคจรผ่านทุกกลุ่มแต่ที่ดวงจันทร์เสวยเมื่อคืนวันเพ็ญนั้นมีอยู่  12 หมู่ ตามที่พจนานุกรมแห่งราชบัณฑิตยสถานอ้างว่าเป็นเดือนทางจันทรคตินั้นทฃมีดังนี้


              มิคสิรมาส           เดือนอ้าย
        ปุษยมาส            เดือนยี่
            มาฆมาส            เดือนสาม
        ผัคคุณมาส         เดือนสี่
          จิตรมาส             เดือนห้า
           วิสาขมาส           เดือนหก
            เชฎฐมาส           เดือนเจ็ด
             อาสาฬหมาส      เดือนแปด
            สาวนมาส           เดือนเก้า
           ภัทรปทมาส        เดือนสิบ
                อัสสยุยุชมาส     เดือนสิบเอ็ด
                 กัตติกมาส         เดือนสิบสอง

คราวนี้มาเรื่องของปีนักษัตรกัน


     มุสิกสมพัตร         ปีชวด
        พฤษภสมพัตร       ปีฉลู
        พยัคฆสมพัตร       ปีขาล
          ศศสมพัตร            ปีเถาะ
           มกสมพัตร            ปีมะโรง
           สัปสมพัตร            ปีมะเส็ง
           อัศวสมพัตร          ปีมะเมีย
           อชสมพัตร            ปีมะแม
          มักกฎสมพัตร         ปีวอก
          กุกกุฎสมพัตร         ปีระกา
         โสณสมพัตร           ปีจอ
          สูกรสมพัตร            ปีกุน

 

ทีนี้ก็มาว่ากันเรื่องข้างขึ้น หรือข้างแรม

ข้างแรม คือ กาฬปักษ์
     ข้างขึ้น  คือ ศุกลปักษ์

 

ส่วนเรื่อง หนึ่งค่ำ สองค่ำนั้น มีว่าอย่างนี้


        ปฐมาดิถี                 หนึ่งค่ำ
          ทุติยาดิถี                 สองค่ำ
          ตติยาดิถี                 สามค่ำ
          จตุตถีดิถี                 สี่ค่ำ
          ปัญจมีดิถี                ห้าค่ำ
          ฉัฎฐีดิถี                   หกค่ำ
          สัตตมีดิถี                เจ็ดค่ำ
          อัฎฐมีดิถี                แปดค่ำ
          นวมีดิถี                  เก้าค่ำ
          ทศมีดิถี                  สิบค่ำ
          เอกาทสีดิถี            สิบเอ็ดค่ำ
          ทวาทสีดิถี              สิบสองค่ำ
          เตรสีดิถี                 สิบสามค่ำ
          จาตุทสีดิถี             สิบสี่ค่ำ
          ปัณสีดิถี                 สิบห้าค่ำ

ต่อมาคือ วันที่ตามปฏิทินปัจจุบัน


วันที่ 1        ปฐมาสุรทิน         
วันที่ 2        ทุติยสุรทิน
วันที่ 3        ตติยสุรทิน         
วันที่ 4        จตุตถสุรทิน         
วันที่ 5        ปัญจมสุรทิน                       
วันที่ 6        ฉัฎฐสุรทิน                          
วันที่ 7        สัตตมสุรทิน
วันที่ 8        อัฎฐมสุรทิน         
วันที่ 9        นวมสุรทิน
วันที่ 10      ทศมสุรทิน
วันที่ 11      เอกาทศมสุรทิน
วันที่ 12      ทวาทศมสุรทิน
วันที่ 13      เตรศมสุรทิน
วันที่ 14      จตุททศมสุรทิน
วันที่ 15      ปัญจทศมสุรทิน
วันที่ 16      โสรทศมสุรทิน
วันที่ 17       สัตตศมสุรทิน
วันที่ 18       อัฎฐารศมสุรทิน
วันที่ 19       เอกูนวีศติมสุรทิน
วันที่ 20       วีศติมสุรทิน
วันที่ 21      เอกวีศติมสุรทิน
วันที่ 22      พาวีศติมสุรทิน
วันที่ 23       เตวัศติมสุรทิน
วันที่ 24      จตุวีศติมสุรทิน
วันที่ 25      ปัญจวีศติมสุรทิน
วันที่ 26      ฉัพพีศติมสุรทิน
วันที่ 27      สัตตวีศติมสุรทิน
วันที่ 28      อัฎฐวีศติมสุรทิน
วันที่ 29      เอกูนติงศติมสุรทิน
วันที่ 30      ติงศติมสุรทิน
วันที่ 31      เอกติงศตอมสุรทิน

 

เรื่องสุดท้ายคือวันทั้งเจ็ด



วันอาทิตย์     รวิวาร หรือ อาทิตยวาร
วันจันทร์        จันทรวาร หรือ โสมวาร
วันอังคาร       ภุมวาร
วันพุธ             พุธวาร
วันพฤหัสบดี   พฤหัสบดีวาร หรือ คุรุวาร
วันศุกร์            ศุกรวาร
วันเสาร์           โสรวาร หรือ ศนิวาร

 

     อ่า ทีนี้พวกเรามาถอดรหัสกัน

ศุภมัสดุ เป็นคำให้พร พระพุทธศาสนากาล คือ พุทธศักราชนั่นเอง พฤษภสมพัตรสร คือ ปีวัว หรือปีฉลู อัสสยุชมาส คือ เดือนอัสสยุช หรือเดือนสิบเอ็ดทางจันทรคติ ศุกลปักษ์ คือข้างขึ้น ทศมดิถี คือวันสิบค่ำ สุริยคติกาล คือ นับเป็นปีทางสุริยคติ เดือนตุลาคม วันที่ สิบเอ็ด (เอกทศวาร) โสรวาร คือวันเสาร์ ฯลฯ สรุปว่า ปีฉลู เดือน 11 วันขึ้น 10 ค่ำ ตรงกับ วันเสาร์ ที่ 11 เดือนตุลาคม พ.ศ.2540

ทีนี้ก็มาลองแปลกันดู

"ความเจริญจงมีแด่ท่าน ปัจจุบันนี้เมื่อพระพุทธศาสนามีอายุได้ ๒๕๔o ปี นับทางจันทรคติก็คือ ปีฉลู เดือนสิบเอ็ด ขึ้นสิบค่ำ นับทางสุริยคติคือวันเสาร์ที่สิบเอ็ด เดือนตุลาคม ซึ่งมีกำหนดนับตามเวลาดังกล่าว"

หวังว่าคงมีความสุขและรอยหยักในสมองเพิ่มขึ้นกับสิ่งที่ข้าพเจ้าถ่อยทอดให้ สวัสดี !

 

 
 
จบตำราศาสตร์มืดบทที่ ๒ เพียงเท่านี้
 
December 12

Lanna Native Language

 คำเมือง ถือเป็นเอกลักษณ์และอีกทั้งยังเป็นความภาคภูมิของคนเหนือ วันนี้ข้าพเจ้าจะมาสอนภาษาเหนือ ให้กับคนไทยที่ยังไม่รู้ทุกท่าน เผื่อภายภาคหน้า ถ้าแผนการยึดครองโลกที่ข้าพเจ้าวางแผนไว้ดำเนินสำเร็จ ภาษาเหนือนี่แหละ จะ เป็น ภาษาราชการ

 ภาษาเหนือขั้นพื้นฐาน

 การเปลี่ยน คำนามจากไทย เป็น คำเมือง มีหลักดังนี้

 -  เปลี่ยนพยัญชนะตามหลักข้างล่าง แต่คงเสียงของสระของคำไว้คงเดิม

 -  บางคำอาจมียกเว้น

 -  ถ้าคำนั้นไม่มีการเปลี่ยนรูป ให้คงรูปเดิมแต่ผันให้เป็นเสียงจัตวา

 

 หลักการเปลี่ยนพยัญชนะของคำเมือง

เปลี่ยน เป็น

ตัวอย่าง 

โรงเรียน = โฮงเฮียน

ร้องเพลง = ฮ้องเพลง

รัก = ฮัก

รับ = ฮับ

รูป = ฮูป

 

เปลี่ยน เป็น

ตัวอย่าง 

ช้าง = จ๊าง

ชาติหมา = จ๊าดหมา

ผู้ชาย = ป้อจาย

ชู้ = จู๊

 

เปลี่ยน เป็น

ตัวอย่าง 

พ่อ = ป้อ

เพื่อน = เปื้อน

 

ข้าพเจ้าได้รวบรวมตัวอย่างคำเมืองในชีวิตประจำวัน มาให้ดู โดยแบ่งแยกเป็น หมวดหมู่ต่างๆ

คำนาม สรรพนาม

ฉัน = เปิ้น (สุภาพ) , ฮา(ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชักับเพื่อนผู้ชาย เหมือนกับคำว่า กู)
เธอ = ตั๋ว(สุภาพ) , คิง(ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชักับเพื่อนผู้ชาย เหมือนกับคำว่า มึง)
เขา(สรรพนามบุรุษที่ 3) = เปิ้น
ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา = อุ้ย (เช่น แม่อุ้ย ป้ออุ้ย)
ผู้ชาย = ป้อจาย
ผู้หญิง = แม่ญิง
พวกเขา = หมู่เขา
พวกเธอ = สูเขา (สุภาพ), คิงเขา(ไม่ค่อยสุภาพส่วนใหญ่ใชักับเพื่อนผู้ชาย)
พวกเรา = หมู่เฮา, เฮาเขา
พ่อ = ป้อ
พี่ชาย = อ้าย,ปี้
พี่สาว = ปี้ ,เอ้ย
ยี่สิบบาท = ซาวบาท
ยี่สิบเอ็ด = ซาวเอ็ด
เรือน = เฮือน
อิฐ = บ่าดินกี่
คำเล่าลือ = กำสีเน
ปฏิทิน = ปั๊กกะตืน คำเมืองแท้ๆจะแปลว่าปฏิทิน

จำนวนนับ

1 = นึ่ง
2 = สอง
3 = สาม
4 = สี่
5 = ห้า
6 = ฮก
7 = เจ๋ด
8 = แปด
9 = เก้า
10 = ซิบ
11 = ซิบเอ๋ด
20 = ซาว
21 = ซาวเอ๋ด

พืช ผัก ผลไม้

มะละกอ = บะก้วยเต๊ศ
กล้วยน้ำว้า = ก้วยอ่อง / ก้วยนิอ่อง
มะตูม = บะปีน
ส้มเขียวหวาน = ส้มเกลี้ยง เขียวหวาน
แตงล้าน = ม่ะแต๋งซั้ง ( ร้านที่ทำให้เครือแตงพันขึ้นไป ทางเหนือเรียกว่า ซั้ง )
น้อยหน่า = ม่ะหน้อแหน้ / น้อยแหน้
บวบงู = ม่ะนอยงู
มะเขือเปราะ = บะเขือผ่อย
มะเขือยาว = บะเขือขะม้า - - ออกเสียง ม่ะเขือขะม่า / ม่ะเขือหำม้า
มะระ = บะห่อย,บะลี้
แตงกวา = บะแต๋ง
กล้วย = เชียงใหม่ เรียก ก้วยใต้ ลำปาง เรียก ก้วยลิอ่อง หรือ ก้วย โก๊ย
พุทรา = หม่ะตัน
ละมุด = หม่ะมุด
กระท้อน = บะตื๋น หมะต้อง
มะปราง = หมากปราง,บะฝาง
ฝรั่ง = บ่ะหมั้น,บะแก๋ว
ขนุน = หม่ะหนุน,บ่ะหนุน
มะพร้าว = หม่ะป้าว
ส้มโอ = บะโอ
ฟักทอง = บะฟักแก้ว /บะน้ำแก้ว/น้ำแก้ว
ฟักเขียว = บะฟักหม่น
มะแว้ง = บะแขว้งขม
มะเขือพวง = บะแขว้ง /บ่ะแขว้งกุลา
ลูกยอ = หม่ะต๋าเสือ
มะเขือเทศ = บะเขือส้ม
กระท้อน = บะตึ๋น
ตะไคร้ = ชะไคร
คึ่นช่าย = ผักกะพึน,กำพึน (กะปึน)
ผักตำลึง = ผักแคบ
ชะพลู = ผักแค ใบปูนา ปูลิง


สัตว์

จิ้งหรีด = จิ้กุ่ง,จิ้หีด
ค้างคก = ค้างคาก กบตู่
ลูกอ๊อด = อีฮวก
ปลาไหล = ปลาเอี่ยน ปลาเหยี่ยน
จิ้งเหลน = จั๊ก-กะ-เหล้อ
กิ้งก่า = จั๊ก-กิ้ม
ต๊กโต๋ = ตุ๊กแก


เครื่องใช้

กรรไกร = มีดยับ มีดแซม
กระดุม = บะต่อม
เข็มขัด = สายแอว สายฮั้ง
ช้อน = จ๊อน
ทับพี = ป้าก
ถุงเท้า = ถุงตีน
ผ้าเช็ดตัว = ผ้าตุ้ม
ผ้าห่ม = ผ้าต๊วบ
ยาสูบ = ซีโย
รองเท้า = เกือก /เกิบ
รองเท้าฟองน้ำ = แค็บ

คำกริยา

กำปั้น หมัด = ลูกกุย
โกรธ = โขด
กลับ = ปิ๊ก (เช่น "เฮาปิ๊กบ้านละ")
กางร่ม = กางจ้อง
โกหก = วอก ขี้จุ๊
กิน = กิ๋น
ก่าย = ปาด อิง
ขโมย = ขี้ลัก
ขี่หลังคน(เกาะ) = เก๊าะ
ขี้เหนียว = ขี้จิ๊
คิด = กึ๊ด
เครียด = เกี้ยด
จริง = แต๊(เช่น "แต๊ก๊ะ" = "จริงหรอ")
เจ็บ = เจ๊บ
ใช้ = ใจ๊
ดู = ผ่อ
เด็ก = ละอ่อน
ตกคันได = ตกบันได
เที่ยว = แอ่ว
ทำ = ยะ(เช่น "ยะหยัง" = "ทำอะไร")
นั่งพับเพียบ = นั่งป้อหละแหม้
นั่งขัดสมาธิ = นั่งขดขวาย
นั่งยอง ๆ = นั่งข่องเหยาะ,หย่องเหยาะ
นั่งไขว่ห้างเอาเท้าข้างหนึ่งพาดบนเข่า = นั่งปกขาก่ายง้อน
นั่งวางเฉย นั่งหัวโด่ = นั่งคกงก(ก๊กงก)
นั่งลงไปเต็มที่ตามสบาย(โดยไม่กลัวเปื้อน) = นั่งเป้อหละเหม้อ, นั่งเหม้อ
พูด = อู้
รัก = ฮัก
รู้ = ฮู้
ลื่นล้ม = ผะเลิด
วิ่ง = ล่น
สวมรองเท้า = ซุบแข็บ
สะดุด = ข้อง
สวยจังเลยนะ = งามหลายน้อ
สบายอกสบายใจ = ซว่างอกซว่างใจ๋
เหรอ = ก๊ะ
ห่วง = ห่วง (คำเมืองแท้ๆคือ อ่วง ว้อง หรือ ข๋าง)
เหนื่อย = อิด หม้อย
ให้ = หื้อ
อยาก = ไข้อยาก
อยากอ้วก อยากอาเจียน = ใขฮาก
อร่อย = ลำ
อร่อยมาก = จ๊าดลำ
อย่าพูดมาก = จ๊ะไปปากนัก
อย่าพูดเสียงดัง = จ๊ะไปอู้ดัง
คิดไม่ออก = กึ๊ดหม่ะออก

คำวิเศษณ์ และอื่นๆ

ก็ = ก่อ
โง่ = ง่าว
เช่น = เจ้น
ถึง = เถิง
ไม่ = หมะ(เช่น หมะใจ๊ = ไม่ใช้)
นะ = เน้อ(เช่น เน้อครับ = นะครับ)
เป็น = เป๋น
ร่ม หมายถึง ร่มเงา = ฮ่ม
ร่ม หมายถึง (ร่มกันแดด-กันฝน) = จ้อง
ใหญ่ = หลวง(เช่น "หูหลวง" = "หูใหญ่")
เหนียว = ตั๋ง
ทุก = กุ๊ (เช่น กุ๊ๆ คน= ทุกๆคน)
แบบนี้ อย่างนี้ = จะอี้
แบบนั้น อย่างนั้น = จะอั้น

เอกลักษณ์ของคำเมืองอีกอย่างคือ การสร้อยคำเผื่อบอกรายละเอียด โดยข้าพเจ้าได้รวบรวมมาได้ดังข้างล่างนี้ !

 

สี

ดำคึลึ = คนอ้วนล่ำผิวดำ
ดำผืด = ฝูงนกฝูงกาขนดำอยู่เป็นฝูง
ดำคุมมุม = ดำสลัวอยู่ในความมืด
ดำขิกติ้ก = ดำซุปเปอร์
ดำคิมมิม = คนผอมกระหร่อง ผิวดำ
ดำเหมือนเเหล็กหมก = ดำเหมือนเหล็กไหม้ไฟ
ดำเหมือนหมิ่นหม้อ = ดำเหมือนเขม่าติดหม้อดินที่ไหม้ไฟ
ดำผึด = ดำทั่วทั้งแถบ
ดำผึดำผึด = ดำมากๆทั่วๆไป
แดงฮ่าม = แดงอร่าม
แดงเผ้อเหล้อ = แดงเป็นจุดใหญ่จุดเดียว
แดงปะหลึ้ง = แดงจัดมาก
แดงปะหลิ้ง = แดงอมชมพู แดงเป็นจุดเล็กๆ
เหลืองฮ่าม = เหลืองอร่าม
เหลืองเอิ่มเสิ่ม = เหลืองอมส้ม
เขียวอุ้มฮุ่ม = เขียวแก่
เขียวปึ้ด = เขียวจัดมาก
มอยอ้อดฮ้อด = สีน้ำตาลหม่น
ขาวจั๊วะ = ขาวนวล
ขาวโจ๊ะโฟ้ะ = ขาวมากๆ
ขาวเผื้อะขาวเผือก = มองไปทางไหนก็ขาวไปหมด
เปิดเจ้อะเห้อะ = สีขาวซีด
หม่นซ้อกป้อก = หม่นมัวหรือเทาอ่อน
หม่นโซ้กโป้ก = หม่นสกปรกหรือสีเทาแก่
หมองซ้อกต๊อก = ดูเก่า หรือซีด จืดไป
เส้าแก๊ก = สีหม่นหมองมาก
เส้าตึ้มตื้อ = ใบหน้าหมองคล้ำ สีมืดไม่สดใส
ลายขุ่ยหยุ่ย = ลายพร้อย หรือลายเป็นดอกดวง
ใสอ้อดหล้อด = สดใสแบบอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ
ใส่ยงยง = สว่างจ้า


แสง-เสียง

มืดแถ้ก = มืดสนิท
มืดสะลุ้ม = มืดสลัวๆ
มืดซุ้มซิ้ม = มืดนิดๆ
มืดวุ่ยวาย = มืดลางๆ ยังพอจำหน้ากันได้
แจ้งฮุมหุฮุมหู่ = สว่างลางๆเลือนๆ
แจ้งฮ่าม = สว่างจ้าสว่างเรืองรอง
แจ้งลึ้ง = สว่างโร่เห็นได้ชัด
แจ้งดีขวายงาม = สว่างปลอดโปร่งโล่งใจไม่มีอุปสรรค
หันวุยวาย = เห็นเลือนๆลางๆ
ดั้กปิ้ง = เงียบกริบ
ดั้กปิ้งเย็นวอย = เงียบเชียบ
ดั้กแส้ป = ไม่ได้ข่าวคราว
ดั้กก๊กงก = นั่งนิ่ง
ดังทึดทึด = เสียงดังก้องไปทั่ว

กลิ่น รส

เหม็นโอ๊ง, เหม็นโอ่ = เหม็นเน่า
จ๋างแจ้ดแผ้ด = จืดชืด
ขมแก๊ก = ขมมาก
ส้มโจ๊ะโล๊ะ = รสเปรี้ยวมาก
ฝาดหยั่งก้นตุ๊ = รสฝาดมาก
ขมจ่อมล่อม=ขมพอดีพอดี

คำเกี่ยวกับรูปร่าง-ลักษณะ

แหลวแหล้ะแหลวแล่น = แหลกไม่มีชิ้นดี
แหลวแฝ้ะแหลวแฟ่น = แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แหลวแฟ่น = แหลกเป็นชิ้น
แหลวแตว = แหลกเป็นชิ้นของเหลวเหมือนน้ำ
แหลวเมอะมะ = แหลกเป็นชิ้นเหนอะหนะ
เปิดโต้โหล้ = เปิดโล่ง
แน่นแท้ก = หนาแน่น แข็งแรง
มั่นถึ้งหรือแน่นถึ้ง = หนาแน่น ไม่ขยับเขยื้อน
บางแต๊บแย้บ = บางเบามาก
ซื่อเหมือนข้าวหนมวง = ไม่ซื่อตรง (เป็นคำประชดประชัน)
ซื่อแซ้ด = ตรงเหมือนไม้บรรทัด
แข็งเป๊ก = แข็งมาก
แข็งเกิ้กเดิ้ก = ลักษณะแข็งทื่อ
แข็งกึ่งดึ่ง = แข็งทื่อเหมือนศพ
สูงเอิดเอิ้ง = สูงใหญ่
สูงเหมือนเผด = สูงเหมือนเปรต ผอมสูง
สูงใบ้สูงง่าว = สูงมากจริงๆ
ต่ำแม้ดแก้ด = ลักษณะคนเตี้ยแกร็น
ต่ำป้อกหล้อก = เตี้ยหม้อต้อ
ต่ำม๊อกก๊อก = มะขามข้อเดียว
สั้นป้อกหล้อก = คนเตี้ยกลม
สั้นกิ้มดิ้ม = สั้นจุ๊ดจู่
ยาวอ้าดลาด = คนสูงใหญ่หรือสัตว์ตัวยาวใหญ่เช่นงู
ยาวโจ๊ะโละ = หน้ายาว
ยาวเฟื้อย = ยาวเป็นทางยาวไปตลอด
มุ่นมุ้กกุ๊ก = สั้นๆทื่อๆ
มนมุ่งก่ง = กลมใหญ่เห็นได้ชัด
มนแกว๊ด = กลมดิก
มนอุ๊มลุ๊ม = กลมๆรีๆ
ป้อมป้อกหล้อก = เตี้ยกลมเล็ก
ปุ้มปุ๊กหลุ๊ก = อ้วนกลมเล็ก
ตุ้ยอุ๋ยหลุน = อ้วนใหญ่
ตุ้ยลุ้ย = อ้วนท้วนสมบูรณ์
ตุ้ยเหมือนปกอึ่งยืน = อ้วนจนลุกไม่ขึ้น
ผอมแก้งแด้ง = ผอมขี้ก้าง ผอมแห้ง
ผอมเหมือนผีจั๊กแค่ = ผอมมีแต่กระดูก
หม้ดผี้หลี้ = สวยสดใส
หม้ดจุ้นอุ้น = เปลือย
หม้ดสุ่ย = หมดอันสุดท้าย
หม้ดหลึ้ง = หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้เศษเล็กน้อย
หม้ดโม่งโก้ง = หัวโล้น
งอก๊อกหง้อก = เปรียบเทียบกับคนหน้างอ
งอก่องด่อง = นอนขดตัว
เต๋มแฟ้ด = เต็มแบบยัดทะนาน
เต๋มเป้ง = เต็มจนตุง
เต๋มอ้าดฟาด = เต็มจนแน่น คับ
เต๋มตี้ = เต็มที่
ล้นฟะฟะ = ล้นจนหก หรือกระฉอก
ตอกบ๊ะบ๊ะ = ตอกหลายๆที
หลมหล่าย = (หลวมล้ำไป) หลวมเกินพอดี ง่าย
หลมไพ = ง่ายนิดเดียว
จุ้มอึ๊กนึ๊ก = ชุ่มชื่น ชื้น
เปี๊ยะหล้อมจ้อ = เปียกหมดทั้งตัว ตั้งแต่หัวจดเท้า
เปี๊ยะป๊อกซ๊อก = เปียกโชก
เปี๊ยะปิ๊กซิ๊ก = เปียกนิดหน่อย
ฮูโจ้โหว้ = รูเบ้อเริ่ม
ฮูโจ้ดโหวด = รูใหญ่เห้นชัดเจน
ก๋วงโจ้โหว้ = รูกลวงใหญ่ลอดง่าย
ก๋วงโต้โหล้ = เปิดกว้างโล่ง
ก๋วงโจ้ดโหวด = เห็นได้ชัด
อ้าก้าบงาบ = อ้ากว้าง
งามผี้หลี้ = คนที่เริ่มเป็นสาว และมีหน้าตาสวย
งามแต๊งามว่า = สวยจริงๆ
งามใบ้งามง่าว = สวยมากจริงๆ
งามแต๊นอ = สวยจริงหนอ
เก่าโคะโละ = เก่ามาก
ขุ้นโอ๊ะโม๊ะ = ขุ่นมาก
พุ่ยลั้งลั้ง = ยุ่ยเป็นผุยผง
ก๋องอ้อกหย้อก = กองรวมกันเป็นก้อน
เหม๊าะขนาด = เหมาะสมมาก
เนียนแน้ก = รวดเร็ว
บานเผ้อเหล้อ = เบ่งบานเต็มที่
บานผี้หลี้ = เริ่มผลิบาน
ก๊ดโก้งโหง้ง = ไม่ตรง
ก๊ดหง้อกก๊ดแหง้ก = คดไปคดมา
โก่งโข้งโหย้ง = โค้งสูง สูงหลังโกง
ใหญ่นกเก๊าเฒ่าหมูหมา = เป็นผู้ใหญ่เสียเปล่าทำอะไรไม่ได้
ห้อยโต้นโหล้น = แขวนโตงเตง แกว่งไปแกว่งมา
ห้อยเติ้งเหยิ้ง = แขวนอยู่กับที่
ติดถ้ะติดถ้าบ = ติดมากจนแกะไม่ออก
ติดถ่ำติดแถ๋ = ติดตามไม่ยอมพราก
ผ้ดหล่าย = ทะลุ
เส็ดขำตี้ = อยู่หมัด ตายกับที่
แล้วขำตี้ = ตายในที่เกิดเหตุ
เหี่ยวหยุ้บหย้าบ = เหี่ยวย่น
ยานเติบตาบ = ยานมาก
ยานเติบเต๋ย = ยืดยาด
ยานตุ่งตว่าง = หลวมโพลกเพลก
ยานเปียงแอว = สิ่งที่ยานมากจนถึงเอว เช่น ผม นม
ปุ๊สุ่นบุ่น = ผมฟูฟ่อง
เค่งติ้งติ้ง = การแน่น คัดเต้านม หรือ รัดตึง
สาวจิ๊ดริด = เริ่มโตเป็นสาว แม่สาวน้อย
สาวจี๋ = เริ่มผลิเนื้อสาว ยังไม่ทันแตกสาว
สาวจ้อน = สาวใหญ่
ขำก๊ะงะ = ค้างคาอยู่
ขำพู่หลู้ = มีสิ่งอุดตันติดอยู่ เช่นท้องผูกถ่ายไม่ออก
ขำหงะขำหงาน = งานติดพันแกะไม่ออกเลิกไม่ได้
นวลหนุ้งหนุ้ง = นุ่มนิ่ม
เลิ้กเสี้ยงอย่าง = ลึกมากสุดหยั่งได้
กีดเหมือนหับปู๋ = แคบมาก
กีดเท่าแมวดิ้นต๋าย = แคบเท่ากับพื้นที่ที่แมวดิ้นตาย
กว้างโล่งโก๊ะโล่งโก๋น = เปรียบเทียบความกว้างจนทะลุปรุโปร่ง
ยางเมี๊ยะเมี๊ยะ = เหนียวเหนอะหนะ
เบาโหย้งโหย้ง = บางเบามาก เบาโหวงเหวง
ห่างบะล่างข้างเข้ง = ห่างมากและไม่เป็นระเบียบ
หน้อยล้ำเจ้น = น้อยมาก
ละอ่อนต่อนแต่น = เด็กๆ เล็กๆ
วุ่นวะวุ่นวาย = วุ่นวายมาก
ส่ำปี้ส่ำป้อ = เด็กเล็กที่อยู่รวมกันปะปนคละเคล้า
บะหลิ้กปิ้กป้อก = ตัวกะจิดริด กะจ้อยร่อย
เป๋นปุ๋มอ้องย้อง = ลักษณะคนเป็นโรคพุงโร
ควันจุ๊งจุ๊ง = ควันคละคลุ้ง
มอดพ้องแพ้ง = กลางๆ ขนาดพอเหมาะ
เบี้ยวโหล้งโหง้ง = ไม่ตรง คด
ขะหลิกจิ้กจ้อก = สิ่งละอันพันละน้อย ของเบ็ดเตล็ด
หล้วกล้ำ = ฉลาดมาก
หล้วกนักแก = ฉลาดพอตัว
หล้วกใบ้หล้วกง่าว = ฉลาดเอามากๆ
บะลุ่นบะจุ๋น = อีรุงตุงนัง
ไก๋จิววิว = ไกลมาก
เฮี่ยฟึเฮี่ยฟึ้น = กระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย
ต๋ามจ๊อกต๋ามแจ่ง = ตามมุมต่างๆ ของห้องหรือตู้
ลูกหน้อยห้อยข้าง = เอากระเตงลูกไว้ข้างๆ (แม่ลูกอ่อน)
บางแต๊บแย็บ = บางมาก
ตุ้ยอะเลิ้มเพิ้มเพ้อ = อ้วนเทอะทะ



คำเกี่ยวกับกิริยา-อาการ

จ้อยหว้อง = หมดหวัง
หายแส้ป = หายเงียบเข้ากลีบเมฆ
หายแส้ปหายสอย = หายไปเลยไม่กลับคืน
หายสอย = หายห่วง
ดั้กก๊กงก = นั่งนิ่ง นั่งก้มหน้า
กั๊บโจ๊ะโละ = ไม่มีทางออก คิดไม่ตก
อ้าง้าบอ้าเงีย = อาการหอบมากจนต้องอ้าปากตลอด
ขนฝืดฝืด = นอนกรนเสียงดัง
ดิ้นโจ้งดิ้นจั้ง = กระโดดไปกระโดดมา
ดิ้นด้ะดิ้นด่าว = ดิ้นอยู่กับที่
ดิ้นดึ้กดึ้ก = ดิ้นแบบตัวสั่นสะท้านโยนตัวขึ้นสูง
ดิ้นแด้กแด้ก = ดิ้นสั่นน้อยๆ ติดกับพื้น
ดั้กก๊กงก = เงียบขรึม
ดั้กจื้อกื้อ = นั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น
หมึนจื้ดจื้ด = นิ่งเฉยไม่รู้หนาวรู้ร้อน
มันจุ้ยจุ้ย = มันเอียน
มื่นจุ้ยจุ้ย = ลื่นจับไม่ติด
ม่อขนาด = รวดเร็วหรือง่ายมาก
คันยุบยุบ = คันไปทั้งเนื้อทั้งตัว
เหงาหลับก๊กงก = นั่งสัปหงก นั่งอยู่คนเดียว
ก๊อมเนี้ยะเนี้ยะ = สั่นคลอน ขึ้นๆลงๆ
แบแส่นแบ่น = นอนหงายแผ่
แบแส้ะแบแส่ง = นอนหงายอ้าแขนอ้าขา
คว่ำอ๊บป๊บ = นอนคว่ำเหมือนอึ่งอ่าง
สะแกงหล้องหง้อง = นอนตะแคงตัวงอ
หงายแส้นแบ่น = นอนหงายแผ่เหยียดยาว
ขดแหว้น = นอนขดเป็นรูปวงกลม
เหิดเปิ้ดเปิ้ด = หัวเราะเสียงดังติดต่อกันเป็นระยะๆ
ปวดหงุ้บหงุ้บ = ปวดตุบๆ
เมาหัวโจ้นโจ้น = เวียนหัวตาลาย
กิ๋นสะโล๊ะสะละ = กินหมดที่ขวางหน้า กินไม่เลือก
บิดงอดบิดแงด = บิดตัวไป บิดตัวมา
ห่มเย๊าะเย๊าะ = ขย่มโหย่งเหย่ง
ฉีกย่อยซอยยำ = ฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เป๋นบะหลิ่นติ่นต่อน = ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
ไขฮ้าวหนาวจอย = ไข้เรื้อรัง
จิ๋มจี้จิ๋มจีด = เบียดเสียดเยียดยัด
ปุ้ดเกิ่งปุ้ดก๋าง = ทำอะไรได้ครึ่งๆ กลางๆ
ปุ้ดติ๋นปู๋ = ขาดทุนย่อยยับ
จังใบ้จังง่าว = เกลียดหน้าเอามากๆ
ไม้จิบ่อต๊วง = ไม่กระดุกกระดิกเลย
บ่ดิ้นบ่ต๊วง = ไม่กระดุกกระดิก
ยึ่งหยั้งยึงยัง = ยื้อยุดฉุดกระชาก พัลวันชุลมุน
ดังเหมือนฟ้าฮ้อง = เสียงดังเหมือนกับฟ้าร้อง
กึ้ดเติงหน้อกหน้อก = คิดถึงมากๆ ตลอดเวลา คิดถึงบ่อยๆ
สะเหลิ้งเปิ้งป้าง = เดินเซๆ แซดๆ
ส้วกเหมือนหมา = คนที่มีนิสัยดุร้ายเหมือนกับสุนัข
ส้วกเหมือนวอก = คนที่มีนิสัยดุร้ายเหมือนกับลิง
แอ่นแอะแอ่นแอ้ = คนที่เมาเหล้าแล้วเดินแอ่นหน้าแอ่นหลัง
สะเงาะสะแงะ = ลักษณะคนเมาเหล้าแอ่นหน้าแอ่นหลัง
ขิ่วหงาดหงาด = ลักษณะของคนที่มีนิสัยตระหนี่ถี่เหนียว
ขิ่วแก๊ก = ฉุนกึ๊ก
มากั๋นลุบลุบ = มาติดๆ กัน
มากั๋นลึ่มลึ่ม = มากันมืดฟ้ามัวดิน
เหงาก๊กงก = นั่งซึมคนเดียว
เหลียววกเหลียววัก = เหลียวหน้าเหลียวหลัง
โก่งโก๊ะโก่งโก = ก้มๆ เงยๆ โก้งโค้ง
ล๊อกล่อล๊อกล่อ = ทำลับๆ ล่อๆ
ววยหยั่งวอก = เร็วเหมือนลิง
ก้มแหงะก้มแหงน = ก้มๆ เงยๆ



คำเกี่ยวกับอุณหภูมิ-สภาวะอากาศ

เย็นซุ้ยซุ้ย = เย็นสบาย
เย็นจิ้วหวิ้ว = เย็นหายไปเลย เย็นลึกๆ
เย็นเหมือนน้ำแม่กก = เย็นชุ่มฉ่ำ
เย็นจ้อย = เย็นใจ หรือนอนใจได้
เย็นจ้อยหว้อง = เย็นแบบหายห่วง ของหายไม่ได้คืน
เย็นเหมือนน้ำลวกไก่ = ไม่เย็น (เป็นคำประชดประชัน)
อุ่นจุ้นหลุ้น = อุ่นอ่อนๆ
ฮ้อนเหมือนจะไหน้ = ร้อนเหมือนจะละลาย
ฮ้อนโหย้กโหย้ก = ร้อนวาบๆ
หนาวอ๊อดฮ้อด = เย็นหน่อยๆ
ฝนตกฮุยฮาย = ฝนตกนิดๆ หน่อยๆ แล้วหายไป
ฝนตกสุยสุย = ฝนตกปรอยๆ
ฝนตกซิซิ = ฝนตกไม่ขาดสาย ฝนตกพรำๆ
ฝนตกโซ้ะโซ้ะ = ฝนตกหนัก
แดดฮ้อนแดดวอน = แดดร้อนเปรี้ยง

 

นี่เพียงแค่พื้นฐานเนื่องจากคำเมืองนั้นกว้างและลึก ขนาดข้าพเจ้าเกิดมากว่า 20 ปี บางคำยังไม่ได้ยินเลยก็มี อีกทั้งคำก็จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ด้วย หากใครสงสัยหรือข้องใจอะไร สามารถถามได้ !!

June 18

เมื่อข้าพเจ้ากลายเป็นผู้ต้องหา

 
 เมื่อเช้าวันนี้ข้าพเจ้าได้รับหนังสือราชการฉบับหนึ่งส่งมาถึงข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าไม่รู้เลยว่าหนังสือราชการฉบับนี้จะเปลี่ยนสถานะของข้าพเจ้าของราษฎรธรรมดา กลายเป็น ผู้ต้องหา !!!
 
                                    
มันคือ หมายเรียกผู้ต้องหา ถึงข้าพเจ้า

 

ดูกันชัดๆๆ แต่ขอปิดที่อยู่ของตัวข้าพเจ้าเองหน่อย

 

  ความรู้สึกของข้าพเจ้ารึ บอกตรงๆรู้สึกประทับใจมาก ที่มีโอกาสได้รับหมายเรียกตัว ข้าพเจ้าคิดว่าจะไปไม่ตามหมายเรียก เพราะอยากได้หมายจับ

  ในความคิดของข้าพเจ้าแล้ว ไม่มีผู้ยิ่งใหญ่คนไหนในประวัติศาตร์โลกที่ไม่เคยติดคุกมาก่อน !! haha

June 15

ศรัทธา ???

 วันนี้ มีคนถามผมว่า คนอย่างผมมีความรู้สึกศรัทธาในสิ่งใด หรือ บุคคลใดหรือไม่
 
 ผมจึงตอบไปว่า บุคคลที่ผมศรัทธาที่สุด คือ ตัวกูเอง !!
November 20

การค้นพบอันยิ่งใหญ่ของเอกภพ !!

     
วงการดาราศาสตร์โลกและ NASA ตะลึง !! การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่
 
โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเอง แต่หมุนรอบตัวกู !!
 
ตัวกูคือศูนย์กลางของจักรวาล !!
 
จบข่าว
November 13

จ้าวแห่งศาสตร์มืดและสาวก !!

 
เหอๆ สวัสดีเพื่อนๆพี่น้องทุกคน ตามที่ข้าพเจ้าเคยประกาศเจตนารมณ์ แผนการยึดครองเอกภพของข้าพเจ้าไปแล้วนั้น
 
ข้าพเจ้าลองมาคิด แผนการข้าพเจ้า ไม่อาจเป็นจริง หากขาดผู้คอยสนับสนุน ดังนั้น
 
นับแต่บัดนี้ ข้าพเจ้าจะสถาปนาตนเองเป็น จ้าวแห่งศาสตร์มืดแห่งโลกอินเตอร์เน็ต
 
เปิดรับสมัคร สาวก ไม่จำกัดจำนวน
 
จงมาเป็นสาวกของข้าซะ แล้วข้าจะให้อำนาจและวิชาทางศาสตร์มืดแก่พวกเจ้าทั้งหลาย สาวกของข้า
 
ถึงท่านจะไม่ใช่สาวกของข้า แต่เมื่อทันทีที่เจ้าเข้ามาใน Space นี้ ข้าถือว่า พวกเจ้าคือ สาวกของข้าแล้ว
 
และคนที่เป็นสาวกของข้า เจ้าจงเผยแพร่คำสั่งสอนและวิชาของข้า ไปทั่วจักรวาลด้วยการส่งต่อ Space ของข้าเรื่อยๆ

 
 
จำนวนสาวกทั้งหมด html web counters  คน ณ ปัจจุบัน
 
 
¤,¸.·*´¯) (¯`*·.¸,¤
¸,¤°´'`°·.¸O¸.·°´'`°¤,¸
|¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯·.·¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯|
★★★★★ ตำราศาสตร์มืด ★★★★★
|___________.·.___________|
*´'`°¤¸¸.·'´O`'·.¸¸¤°´'`*
(_¸.·*´'`°¤¸'¸¤°´'`*·.¸_)
 
 
บทที่ ๑ วิธีคำนวนหมายเลขบัตรประชาชนไทย
 

 
   สาวกของข้าทั้งหลาย จงจำไว้ ไม่ว่าจะกระทำการใดๆ เราต้องรู้จักสิ่งนั้นเป็นอย่างดีก่อน ดังนั้น ข้าจึงจะบอก ความหมายของหมายเลขบัตรประชาชนทั้ง 13 หลักก่อน

หมายเลขบัตรประชาชน มีทั้งหมด 13 หลัก ใช้เป็นเลขเรียกประจำตัวคนไทยคนนั้นๆ ดังนั้นมันจึงไม่มีซ้ำกันเลย
 
แต่จะมีสักกี่คนที่ความหมายตัวเลขทั้ง 13 หลักเหล่านั้น ยกเว้น ข้าผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ !!
 
 
ความหมายของเลขประจำตัวประชาชนทั้ง 13 หลัก
 
หลักที่ 1 หมายถึงประเภทบุคคลซึ่งมี 8 ประเภท คือ
     ประเภทที่ 1 ได้แก่ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2527)
     ประเภทที่ 2 ได้แก่ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2527)
     ประเภทที่ 3 ได้แก่ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และมีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ในสมัยเริ่มแรก (1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2527)
     ประเภทที่ 4 ได้แก่ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญคนต่างด้าวแต่แจ้งย้ายเข้า โดยยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชนในสมัยเริ่มแรก (1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2527)
     ประเภทที่ 5 ได้แก่ คนไทยที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้านในกรณีตกสำรวจหรือกรณีอื่น ๆ
     ประเภทที่ 6 ได้แก่ ผู้ที่เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย และผู้ที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฏหมาย แต่จะอยู่ในลักษณะชั่วคราว
     ประเภทที่ 7 ได้แก่ บุตรของบุคคลประเภทที่ 6 ซึ่งเกิดในประเทศไทย
     ประเภทที่ 8 ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฏหมาย คือ ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว คนที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย และคนที่ได้รับการให้สัญชาติไทย
 
หลักที่ 2 - หลักที่ 5 หมายถึงรหัสของสำนักทะเบียนที่ท่านมีชื่อในทะเบียนบ้านในขณะให้เลข สำหรับเด็กเกิดใหม่จะหมายถึงถิ่นที่เกิดเลยทีเดียว โดยหลักที่ 2 และ 3 หมายถึงจังหวัด หลักที่ 4 และ 5 หมายถึงอำเภอ หรือเทศบาล
 
หลักที่ 6 - หลักที่ 10 หมายถึงกลุ่มที่ของบุคคลแต่ละประเภทตามหลักแรก หรือหมายถึงเล่มที่ ของสูติบัตร แล้วแต่กรณี
 
หลักที่ 11 และ 12 หมายถึงลำดับที่ของบุคคลในแต่ละกลุ่มประเภท หรือหมายถึงใบที่ของสูติบัตรแต่ละเล่ม แล้วแต่กรณี
 
หลักที่ 13 คือ ตัวเลขตรวจสอบความถูกต้องของเลข 12 หลักแรก

 
วิธีการคำนวนเพื่อสร้างหมายเลขประจำตัวประชาชน
 
     การสร้างหมายเลขประจำตัวประชาชนขึ้นมานั้น จุดประสงค์ของมันคือเพื่อ หา หลัก ที่ 13 เพราะถ้ามันสร้างง่ายๆนั้นแค่แปลความหมายเป็นเลขแค่นั้น คนไทยคงมีเต็มบ้านเต็มเมือง ถ้าว่าคนที่รู้ความหมายของเลข 13 หลักมีน้อยแล้ว คนที่รู้สูตรการสร้าง หมายเลขประจำตัวประชาชน ยังมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยอีก แต่ไม่ใช่ข้าคนนี้ สาวกทั้งหลายทีนี้พวกเจ้ารู้รึยัง ว่าตัวข้านั้นยิ่งยงเพียงไร !!
 
จะลองดูกับบัตรของพวก่ทานก็ได้ !!
 
ขั้นตอนที่ 1. สร้างเลขขึ้นมา 12 หลักถ้าอยากให้เนียน ควรสร้างตามหลักความหมาย นั้นคือ หลักที่ 1 เป็นไปได้ แค่ 1 - 8
 
ขั้นตอนที่ 2. เอาเลขแต่ละหลักคูณกับเลขประจำหลัก ตามนี้
 
เอาหลักที่ 1 คูณกับ  13
เอาหลักที่ 2 คูณกับ  12
เอาหลักที่ 3 คูณกับ  11
เอาหลักที่ 4 คูณกับ  10
เอาหลักที่ 5 คูณกับ  9
เอาหลักที่ 6 คูณกับ  8
เอาหลักที่ 7 คูณกับ  7
เอาหลักที่ 8 คูณกับ  6
เอาหลักที่ 9 คูณกับ  5
เอาหลักที่ 10 คูณกับ  4
เอาหลักที่ 11 คูณกับ  3
เอาหลักที่ 12 คูณกับ  2

 
ขั้นตอนที่ 3. รวมยอดทั้งหมด ด้วยการเอามาบวกกัน

 
ขั้นตอนที่ 4. หารด้วย 11 เหลือเศษเท่าไหร่ ( หารแบบ Modulus น่ะแหละ ) เอาไปลบกับ 11

 
ขั้นตอนที่ 5. เลขที่ได้คือเลขบัตรประชาชนตัวสุดท้าย หรือ หลักที่ 13 นั่นเอง

 
 
ตัวอย่าง
 
1. สร้างเลขบัตรประชาชนขึ้นมา 12 หลัก : 310210161558X

2. คูณกับเลขประจำหลักแล้วรวมยอดทั้งหมด : (3 x 13)+(1 x 12)+(0 x 11)+(2 x 10)+(1 x 9)+(0 x 8)+(1 x 7)+(6 x 6)+(1 x 5)+(5 x 4)+(5 x 3)+(8 x 2) = 179

3. เอา Mod 11 : 179 หาร 11 ได้เศษ 3

4. เอาไปลบกับ 11 : เอาเศษ 3 ที่ได้ไปลบ 11 - 3 เลขตัวสุดท้ายของบัตรประชาชนคือ 8
 
ดังนั้น ประจำตัวประชาชนหมายเลขนี้คือ 3102101615588
 
 
 
˜”*°•.˜”*°•..•*˜•°*”˜
˜*°•.˜”*จบบทที่ 1*”˜.•°*˜
.•°*”˜.•°*”˜”*°•.˜”*°•.
 
November 10

บันทึกคำทำนาย (แผนการยึดครองโลกของข้าพเจ้า)

หนุ่มสาวผู้ร้าวรานทั้งหลาย จงลุกฮือตื่นขึ้นมาเถิด

ขึ้นมาชมรุ่งอรุณแห่งสยามประเทศที่ข้าผู้นี้จะสร้างขึ้นมา

วันใดที่ฟ้าเป็นสีเหลือง หมู่เฮาคนเมืองจะครองโลก

 

บันทึกคำทำนายโลก

พุทธศักราช 2554 : ปกาศิต ก่อตั้ง บริษัท Psytek Crop.

พุทธศักราช 2555 : บิน ลาเดน ถูกจับกุมตัว ในกรุงเบอร์ลิน

พุทธศักราช 2556 : นิตยสาร Forbe จัดตำแหน่ง บุคคลที่รวยที่สุดในโลก ปรากฏว่า อันดับ 1 คือ ปกาศิต ผู้ก่อตั้ง Psytek Corp. โค่น บิล เกตส์ แชมป์เก่า 25 สมัย

พุทธศักราช 2557 : ปกาศิตเข้า Take Over บริษัท Microsoft และ Google

พุทธศักราช 2558 : สหรัฐประกาศชัยชนะในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย

พุทธศักราช 2560 : ไทยเริ่มโครงการลับ ภายใต้รหัส AAP (Anti Atomic Project)

พุทธศักราช 2561 : ทีมชาติไทยไปบอลโลก

พุทธศักราช 2562 : สหประชาชาติประกาศให้การโคลนนิ่งเป็นสิ่งถูกกฏหมาย

พุทธศักราช 2563 : ดวงจันทร์เปลี่ยนจากวงโคจร หลังการปะทะกับอุกกาบาตขนาดใหญ่

พุทธศักราช 2560 : Psytek Corp. เพิ่มการผลิตแอนดรอยย์ แทนแรงงานมนุษย์

พุทธศักราช 2565 : ปกาศิต ได้เป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย

พุทธศักราช 2567 : ความตึงเครียดเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ ทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากมีประเทศกว่า 45 ประเทศ รวมทั้งไทยยอมรับเรื่องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

พุทธศักราช 2568 : สถานีทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของจีนที่เกาะลับในทะเลจีนใต้เกิดระเบิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 3 แสนคน จีนกล่าวหาว่าสหรัฐอยู่เบื้องหลังเรื่องดังกล่าว

พุทธศักราช 2569 : นายกฯ ปกาศิต ได้เป็นรัฐบาลอีกสมัย

พุทธศักราช 2570 : นายกฯ ปกาศิต ประกาศโครงการพิชิตดวงจันทร์

พุทธศักราช 2572 : เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในสหรัฐ หลังจากเศรษฐกิจตกต่ำกว่า 10 ปี

พุทธศักราช 2574 : ไทยพิชิตดวงจันทร์ได้สำเร็จ

พุทธศักราช 2575 : นายกฯ ปกาศิต ได้เป็นรัฐบาลอีกสมัย

พุทธศักราช 2576 : นักวิทยาศาสตร์ชาวพม่าคิดค้นยาต้านไวรัส HIV ได้เป็นผลสำเร็จ

พุทธศักราช 2577 : สงครามกลางเมืองในสหรัฐยุติลงอเมริกาแบ่งเป็นสองประเทศ เป็น อเมริกาตะวันออกและอเมริกาตะวันตกภายใต้สนธิสัญญา นิวเจอร์ซี่ย์

พุทธศักราช 2578 : โครงการ AAP ประสบความสำเร็จแต่รัฐบาลยังเก็บเป็นความลับ

พุทธศักราช 2579 : นายกฯ ปกาศิต ได้เป็นรัฐบาลอีกสมัย

พุทธศักราช 2580 : ไทยใช้แอนดรอยย์เข้ารับราชการทหารแทนมนุษย์

พุทธศักราช 2581 : นักบินอวกาศคนแรกของโลกที่เกิดจากการโคลนนิ่ง ชาวติมอร์เหยียบดาวอังคารได้สำเร็จ

พุทธศักราช 2582 : นายกฯ ปกาศิต ได้เป็นรัฐบาลอีกสมัย

พุทธศักราช 2583 : สถานีทดลองอาวุธนิวเคลียร์ที่ของจีนที่คุนหมิงหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 3 หมื่นคน จีนกล่าวหาว่า สหรัฐตะวันออกและตะวันตกร่วมมือกัน สงครามโลกครั้งที่ 3 จึงระเบิดขึ้น

พุทธศักราช 2584 : สงครามได้ดำเนินมายาวนานกว่า 9 เดือน โลกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือ พันธมิตรตะวันตก ได้แก่ ประเทศในทวีปอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และ พันธมิตรตะวันออก ได้แก่ประเทศในทวีป เอเชีย แอฟริกา ประชากรกว่า 4 พันล้านคนเสียชีวิตในระหว่างสงคราม ด้วยอานุภาพของอาวุธนิวเคลียร์

พุทธศักราช 2585 : สงครามโลกยุติลง นับเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของมนุษยชาติ ฝ่ายพันธมิตรตะวันออกเป็นฝ่ายชนะ แต่ก็มีสภาพไม่ต่างจากประเทศผู้แพ้เลย ทั่วโลกเหลือประชากรเพียง 300 ล้านคน มีเพียงไทยเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลจากสงครามเลย เพราะ ระบบ AA (Anti Atomic)ที่ติดตั้งไว้ ระบบ AA นี้มีผลให้อาวุธนิวเคลียร์ไม่สามารถใช้การได้ ไทยจึงรอดพ้นจากความเสียหายโดยอาวุธนิวเคลียร์

พุทธศักราช 2586 : นายกฯ ปกาศิต ได้เป็นรัฐบาลอีกสมัย และไทยเริ่มกลายเป็นมหาอำนาจใหม่ที่ไม่มีใครทัดเทียม เพราะทุกประเทศบอบช้ำจากสงคราม

พุทธศักราช 2587 : สหประชาชาติถูกยกเลิก ไทยตั้งรัฐบาลโลกเข้าควบคุมทุกประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งประกาศให้ภาษาไทยเป็นภาษาสากล

พุทธศักราช 2588 : นายกรัฐมนตรี ปกาศิต ทิพจร แห่งไทย ได้รับการแต่งตั้งเป็น ประธานาธิบดีโลก

พุทธศักราช 2590 : หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของสิงคโปร์ กล่าวหาว่าต้นเหตุของสงครามโลก ผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงคือไทย หลังจากนั้น 2 ช.ม. เกาะสิงคโปร์หายไปจากแผนที่โลกอย่างไร้ร่องรอย

พุทธศักราช 2591 : โลกเริ่มตระหนักถึงมหาอำนาจใหม่ที่อิทธิพลต่อทุกสิ่งมีชีวิตบนโลก ภายใต้การนำของ ท่านประธานาธิบดีโลก ปกาศิต ทิพจร

พุทธศักราช 2593 : Psytek Corp. ประสบความสำเร็จในการเดินทางข้ามแกแล็คซี่

พุทธศักราช 2594 : มนุษย์ได้ตระหนักแล้วว่าเราไม่ใช่เผ่าพันธ์เดียวที่มีอารยธรรมในจักรวาล จึงมีการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว

พุทธศักราช 2595 : ท่านประธานาธิบดีโลก ปกาศิต ได้รับแต่งตั้งเป็น ท่านประธานาธิบดีแห่งแกแล็คซี่

พุทธศักราช 2596 : โลกได้ก่อตั้งองค์การ GO ( Galaxy Organization) เป็นองค์การความร่วมมือระหว่างดวงดาว

พุทธศักราช 2597 : เริ่มโครงการอพยพผู้คนไปยังแหล่งอาศัยแห่งใหม่ในอีกแกแล็คซี่

พุทธศักราช 2598 : เกิดความขัดแย้งระหว่างแกแล็คซี่ขึ้น สงครามจักรวาลครั้งแรกจึงเกิดขึ้น

พุทธศักราช 2599 : ด้วยอำนาจแห่งท่านประธานาธิบดีแกแล็คซี่  ปกาศิต ทิพจร สงครามจึงยุติลงอย่างรวดเร็ว แกแล็คซี่ทางช้างเผือก เป็นฝ่ายกุมชัยชนะ

พุทธศักราช 2600 : จักรวรรดิอวกาศ ได้ก่อตั้งขึ้น เปลี่ยนปีปฏิทินใหม่เป็นปี UC (Universal Century) 0001

พุทธศักราช 2601 : ท่านประธานาธิบดีแกแล็คซี่ ปกาศิต แต่งตั้งตัวเอง เป็น ผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาล เป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในเอกภพ !!

พุทธศักราช 2602 : เกิดการผสมเผ่าพันธ์มนุษย์ข้ามแกแล็คซี่ขึ้นเป็นครั้งแรก  ทำไม มนุษย์เราบินได้ !!

พุทธศักราช 2604 : เกิดกบฏขึ้นที่ แกแล็คซี่004125 ห่างจากโลก 5 ล้านปีแสง กลุ่มกบฏส่งยานรบ 2 ล้านลำ จะเข้ามายึด จักรวรรดิอวกาศ

พุทธศักราช 2603 : มหาสงครามอวกาศ กลุ่มกบฏและจักรวรรดิ อวกาศประทะ ที่สมรภูมิแกแล็คซี่ Andromeda ห่างจากโลก  1 ล้านปีแสง  

พุทธศักราช 2606 : ท่านผู้นำสูงสุดแห่งเอกภพ ปกาศิต สั่งยิง ลำแสงทำลายล้าง ไปที่ แกแล็คซี่004125 ส่งผลแกแล็คซี่นั้น ไร้มวลสารในทันที

พุทธศักราช 2607 : เมื่อหุ่นยนต์ถูกพัฒนาให้ซับซ้อนและมีความคิดยิ่งขึ้น มันก่อการกบฏ ทำให้เกิด กบฏแอนดรอยด์ครั้งใหญ่

พุทธศักราช 2608 : แอนดรอยด์กว่าหมื่นล้านตัวทุกทำลายสิ้นซาก ท่านผู้นำฯปกาศิต สั่งลดความสามารถทางความคิดของหุ่นยนต์ทุกตัวที่จะผลิตขึ้นมาลง

พุทธศักราช 2609 : ช่วงดำรงตำแหน่ง ผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาล ท่านปกาศิต ถูกลอบสังหารทั้งหมด 5 หมื่นกว่าครั้ง แต่ไม่สำเร็จสักครั้ง ทำให้เขา ประกาศวางมือทางการเมืองจักรวาล แล้วแต่งตั้ง สภาเอกภพขึ้นมา มำหน้าที่ แต่ ผู้มีอำนาจสูงสุดก็ยังเป็นเข้าอยู่ดี

พุทธศักราช 2610 : งานฉลองอายุครบ 80 ปีของท่านปกาศิต ทั่วทั้งเอกภพจัดงานฉลองกันทั่วหน้า !!

บันทึกคำทำนายมีมาถึงเพียงเท่านี้...

November 09

กูไปฆ่าพ่อมึงเหรอออออ สาดดดดดด

  
  ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เมื่อ วันอังคาร ที่ 7 พ.ย. 49 ผมไปเอา ใบสัญญา กรอ.
ตอนไปเอาก็เข้าไปใน กองพัฒนาฯนศ. ซึ่งไปเอาในกองที่เขาให้หยิบๆ
พอเอามาเสร็จ ก็เอามาเขียนๆ แต่ เขียนผิดไปช่อง 1  ไม่เป็นไรแก้เอา
 
  แล้วพอวันที่ 8 พ.ย. 49 ผมก็เอาใบสัญญาไปส่ง ถามคนหน้าห้อง
เขาก็ชี้ไปที่ เจ๊ คนหนี่งนั่งโต๊ะมุมในสุด เห็นกำลัง คุยโทรศัพท์
อย่างเคร่งเครียดท่าทางอารมณ์เสีย พอเขาคุยเสร็จผมก็ยื่นเอกสารให้เขา
เขาก็ตรวจ แล้วก็ถามว่า ที่เขียนผิดนี้อะไร
 
  ผมก็บอกไปว่า อ่อ ผมเผลอเขียนผิดไปช่อง 1 มันก็เริ่มเลย
"อยู่ปริญญาตรีแล้วน่ะ ยังเขียนผิดอีกเหรอ" ผมก็เริ่มโมโหในใจ
จากนั้นมันก็ถามว่าหลักฐานที่แนบมาล่ะ ผมก็ถามเอกสารไหน
มันก็บอกว่า "ตอนมาเอาพี่ก็บอกแล้วไงว่าให้เอาหลักฐาน
สำเนาบัตรประชาชนกับสำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย มาด้วย"
ผมก็นึกในใจ ห่า เมื่อวานกูมาเอาไม่เห็นเจอมึง มึงพูดเมื่อไรว่ะ
แม่งอารมณ์เสียแล้วมาลงที่กูป่าวเนี่ย แล้วมันก็ถามต่ออีกว่า
"น้องไมได้มาติดตามอะไรเลยเหรอ เว็บเข้าไปดูมั่งไหม"
ผมก็บอกว่า "ผมดูแต่ที่บอร์ด" จากนั้นมันก็ใส่ผมใหญ่เลย
"น้องต้องรู้จักพัฒนาตัวเองมั่ง ไม่ใช่ดูแต่ที่บอร์ดเขาติดไว้ให้
หัดเข้าไปดูในเว็บมั่ง โลกเดี๋ยวนี้ เขาไปถึงไหนแล้ว หัดใช้เทคโนโลยีบ้าง"
โห มันว่ากูใช้เน็ตไม่เป้นว่างั้น แม่ง กูก็ได้แต่นึกในใจอีกรอบ ห่าเอ้ย
แม่งบอร์ดมันก็ Print จากเว็บมาติดแม่งเหมือนกันทุกอย่าง
งั้นแล้วมึงจะติดบอร์ดทำหอกไร จากนั้นมันก็ไล่ให้ผมไปให้มาส่งใหม่
 
  ผมก็กลับไปพอได้เข้าเน็ต ก็ลองเข้าเว็บมันดู มันว่ากูไม่พัฒนาใช่ไหม
เออ กูจะลองเข้าเว็บดูก็ได้ว่ามันมีเชี่ยไรต่างกันกับบอร์ด พอพิมพ์ Url
เข้าไปปุ๊บ หน้าเว็บขึ้นเลย Under Construction เหี้ยยย เว็บปิดนี้หว่าสัด
แล้วจะให้กูไปดูเหี้ยไรเนี่ย ผมเริ่มชัดโมโห แต่ก็ทนไว้
 
  วันนี้ 9 พ.ย. 49 ผมเอาเอกสารไปส่ง มันเช็กดูแล้วบอกว่า
ที่เขียนผิดเนี่ย "พี่บอกเมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอว่า ให้เอา ลิควิดลบ
แล้วให้เอาไป Xerox ใหม่" ผมก็นึกในใจอีชิบหาย มึงบอกกูที่ไหนเมื่อวาน
ก็คิดว่าไหนๆก็ไหนๆล่ะ มาถึงขั้นนี้ ก็ทำๆตามไปล่ะกัน จากนั้นมันก็เช็กเรื่อยไป
ผมก็นึกว่าจะหมดปัญหาแล้ว พอถึงตรงส่วนของ พยาน มันถามว่านี้ใคร
ผมก็ตอบไปว่า น้า ผมครับ แล้วมันถามว่า" ตำแหน่งอะไร พี่บอกแล้วใช่ไหมว่า พยาน
ต้องเป็น กำนัน หรือ ผู้ใหญ่บ้าน" ผมนึกในใจ โอ้ย เหี้ย คิดเอาเองอีกแล้วว่าบอกกู 
มึงเคยบอกกูที่ไหน ผมได้แต่นึกในใจเริ่มโมโห แล้วทำตอนแรกไม่บอกกูให้หมดว่ะๆ
ให้กูไปๆมาๆ แล้วก็ตอบไปว่า "ผมอยู่ในเมือง จะไปหา กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ไหน
หมู่บ้านจัดสรรน่ะครับ " แล้วมันก็พูดต่อว่า "ถึงไม่มีน้องก็ต้องไปหามาให้ได้"
ที่นี้แหละ ผมขาดสติ หลุดออกไปว่า "ควย" มันด่าเลยว่า พูดจาหยาบคาย ไม่มีการศึกษา ฯลฯ
ถ้าไม่ทำจดหมายมาขอโทษมันจะพักการเรียน ผมไม่สนก็เดินออกมาเลย
 
  นี้แหละครับเรื่องทั้งหมด ผมเลยอยากขอระบายมั่งว่า
ควยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย กูไปฆ่าพ่อมึงเหรออออออออออ สัดดดดดดดดดดดดดเอ้ยยย ถ้าไม่ใช่ ผู้หญิง กูลุกขึ้นต่อยมึงนานแล้ววววว เอาอะไรกับกูนักหนา เมนส์มึงไม่มารึไง แม่ง อารมณ์เสียแล้วมาลงที่กูตั้งแต่แรก สาดดดดดดดดดดดดดด แม่งคนอื่น เขามีปัญหา กว่ากู ยังอนุโลมกูไปถามมาแล้ว แล้วจะไรกูนักหนาว่ะสาดดดดดดดดดดดดดด
จะพีกการเรียนกูก็พักไปดิ แม่ง ปีหน้า กูจะย้าย มหาลัยแล้ว ควยยยยยยยยยยยยยยย เอ้ย เหี้ย สาดดดดดดดดดดดดดดดด สัญญา กูก็ฉีกทิ้งแล้วโว้ยยยยยยยยยย สะใจจจจ เหี้ย มึงจะบ้าอำนาจไปถึงไหนหา สาสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
 
ปล. ขออภัยที่ไม่สุภาพ แต่มันทนไม่ไหวจริงๆ
 
 
Photo 1 of 1
ถ้าไม่เคยอ่านบทความพวกนี้ถือว่าคุณยังไม่เคยมาเหยียบ Spaces นี้ !!

Windows Media Player

เพลงแนวกู !
สุดยอดเว็บที่รวบรวมมาทั้งชีวิต !!?
รวมโปรแกรม เหนือธรรมชาติ !!?